วันหนึ่งขณะที่ข้าพเจ้าได้เดินกลับบ้านเกิดมีลมพัดแรงเหมือนฝนกำลังจะตก แต่เมื่อลมได้สงบลงข้าพเจ้าได้มองเห้นใบไม้ที่ร่วงลงพื้นเนื่องจากแรงของกระแสลม มีทั้งใบไม้สีน้ำตาล ซึ่งมีอยู่เดิมหรือเป็นใบไม้ที่หลุดร่วงตามวงจรชีวิตของมัน ส่วนใบไม้สีเหลือง สีเขียวเข้ม และใบไม้สีเขียวอ่อนที่มีปนอยู่บ้าง ทำให้ข้าพเจ้ามองดูแล้วทำให้คิดว่านี่หรือคือสัจธรรมแห่งชีวิต เมื่อคนเราเกิดมาแล้วต้องตายบางคนต้องตายตามอายุขัยที่เป็นไปตามธรรมชาติ แต่บางคนยังคงน่าจะมีชีวิตที่ยืนยาวต่อไปอีก หรือควรจะทำประโยชน์ให้แก่ตนเองครอบครัว สังคม และประเทศชาติได้อีกมากมายแต่ทำไมจึงต้องมาจากไปก่อนวัยอันสมควร
ดังนั้น เมื่อเรายังมีชีวิตอยู่ ณ วันนี้ เดี๋ยวนี้ หากเรายังไม่ได้ทำอะไรที่เป็นประโยชน์หรือ ทำในสิ่งที่มีคุณค่าที่ดีต่อตัวเราเอง ต่อครอบครัว สังคม และประเทศชาติ ขอให้ดิดใหม่ ทำใหม่ เริ่มต้นใหม่ที่ดี ทำวันนี้ให้ดีที่สุดเพราะวันพรุ่งนี้ เราไม่รู้หรอกว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับชีวิตของเรา
" หากเกิดมาทั้งทีควรมีคุณค่า หากไม่นำพาชีวาก็หาไม่ "
วันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2552
วันศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2552
วัยรุ่นกับจริยธรรม
เด็กฯทุกคนเมื่อแรกเกิดมานั้นย่อมมี กรรมดีและกรรมชั่วติดตัวมากันทุกคนดังนั้นตัวแปรที่ทำให้กรรมดีและกรรมชั่วหรือจริยธรรมของเด็กเปลี่ยนไปคือการรับรู้โดยการเรียนรู้จากพฤติกรรมของสิ่งแวดล้อมที่อยู่อาศัย จากครอบครัวไม่ว่าจะเป็นบิดา มารดาหรือบุคคลที่เด็กได้คลุกคลีอยู่ด้วยเป็นประจำ โดยยึดเอามาเป็นต้นแบบ
มีคำกล่าวไว้ว่าเด็กฯที่แรกเกิดมานั้นเปรียบเสมือนผ้าขาวที่สอาดบริสุทธิ์ หากเด็กได้รับคุณธรรม จากบิดา มารดาเด็กก็จะรับรู้และเลียนแบบพ่อ แม่ทั้งร่างกายและจิตใจ แต่หากเราเก็บเอาพ่อ แม่ใจร้ายความน่าสะพรึ่งกลัวไว้ในจิตใจมากเท่าใดนานวัน เขาจะแยกไม่ออกเลย เขาจะสร้างกลไลตัวควบคุมตนเองขึ้นมาทั้งภายในและภายนอก
สังคมปัจจุบัน พ่อ แม่ต้องทำงานหาเงินมากจนเกินควรไม่มีเวลาให้ลูก แต่ถ้าหากมีเวลาให้กับลูกบ้างก็ขอเป็นเวลาที่มีคุณภาพ เพื่อส่งเสริมวิถีชีวิตของเด็กที่จะต้องเติบโตเป็นบุคคลที่มีคุณภาพต่อสังคมและครอบครัว
การจะสอนลูกฯให้เป็นคนดีได้นั้นคือ ต้องมีเวลาและเป็นแบบอย่างที่ดี หากพ่อ แม่ สังคมควรจะสอนให้เขารู้จักคิดถึงการกระทำ และผลที่ได้รับจากการกระทำนั้นคือ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
มีคำกล่าวไว้ว่าเด็กฯที่แรกเกิดมานั้นเปรียบเสมือนผ้าขาวที่สอาดบริสุทธิ์ หากเด็กได้รับคุณธรรม จากบิดา มารดาเด็กก็จะรับรู้และเลียนแบบพ่อ แม่ทั้งร่างกายและจิตใจ แต่หากเราเก็บเอาพ่อ แม่ใจร้ายความน่าสะพรึ่งกลัวไว้ในจิตใจมากเท่าใดนานวัน เขาจะแยกไม่ออกเลย เขาจะสร้างกลไลตัวควบคุมตนเองขึ้นมาทั้งภายในและภายนอก
สังคมปัจจุบัน พ่อ แม่ต้องทำงานหาเงินมากจนเกินควรไม่มีเวลาให้ลูก แต่ถ้าหากมีเวลาให้กับลูกบ้างก็ขอเป็นเวลาที่มีคุณภาพ เพื่อส่งเสริมวิถีชีวิตของเด็กที่จะต้องเติบโตเป็นบุคคลที่มีคุณภาพต่อสังคมและครอบครัว
การจะสอนลูกฯให้เป็นคนดีได้นั้นคือ ต้องมีเวลาและเป็นแบบอย่างที่ดี หากพ่อ แม่ สังคมควรจะสอนให้เขารู้จักคิดถึงการกระทำ และผลที่ได้รับจากการกระทำนั้นคือ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
วันศุกร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2552
ไฟ
คำว่าไฟ ทุกคนคงต้องนึกถึงเปลวไฟอันร้อนแรง แต่นั่นก็คือความร้อนภายนอกเท่านั้นแต่ไฟที่ร้อนรนอยู่ภายในนั้น คือไฟในใจ หรือดวงจิตที่ร้อนรุ่ม ร้อนรน ทุกข์ทรมานมากมายแม้วันเวลาจะผ่านไปนานเท่าใดก็ไม่เคยจะหมดไฟแห่งความร้อนรน ถ้าสิ่งนั้นไม่ใช่ความคิด ความคิดของมนุษย์เราเป็นต้นตอของความทุกข์ยากและปัญหาต่างฯนานาที่รุมเร้าเข้ามา โดยที่หาทางออกไม่ได้ นั่นเป็นเพราะเราไม่เคยมองเข้าไปให้ถึงต้นเหตุความคิดซึ่งเป็นที่มาของทุกข์ ซึ่งไฟของกิเลสมีอยู่ ๓ ชนิด คือ
๑ ไฟแห่งโลภะ ความทุกข์ ในความอยากได้อยากมี ที่เกินกำลังของเราเองต้องหาวิธีมาสนองใจอยาก จนลืมว่าสิ่งที่กระทำนั้นเป็นสิ่งที่ผิดก็ตาม
๒ไฟแห่งโทสะ การปล่อยให้จิตใจถูกครอบงำด้วยความโกรธ กลุ้มรุ่มเร้า
๓ไฟแห่งโมหะ จิตอันหลงผิด อันโง่เขลา จิตใจคับแคบขาดปัญญาเป็นเครื่องพิจารณา
ไฟทั้ง ๓ นี้ ที่เผาใจให้มีแต่ความร้อนแก่ตนเองและผู้อื่นมีแต่ผลของความเสียหาย อย่าให้ไฟทั้ง ๓ นี้มาครอบงำเอาจนกลายเป็นคนหลงทาง หลงโลก
๑ ไฟแห่งโลภะ ความทุกข์ ในความอยากได้อยากมี ที่เกินกำลังของเราเองต้องหาวิธีมาสนองใจอยาก จนลืมว่าสิ่งที่กระทำนั้นเป็นสิ่งที่ผิดก็ตาม
๒ไฟแห่งโทสะ การปล่อยให้จิตใจถูกครอบงำด้วยความโกรธ กลุ้มรุ่มเร้า
๓ไฟแห่งโมหะ จิตอันหลงผิด อันโง่เขลา จิตใจคับแคบขาดปัญญาเป็นเครื่องพิจารณา
ไฟทั้ง ๓ นี้ ที่เผาใจให้มีแต่ความร้อนแก่ตนเองและผู้อื่นมีแต่ผลของความเสียหาย อย่าให้ไฟทั้ง ๓ นี้มาครอบงำเอาจนกลายเป็นคนหลงทาง หลงโลก
วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
อดีตที่ผ่านไปควรทำปัจจุบันให้ดีที่สุด
ขอยกคำสอนของหลวงปู่แหวน สุจิณโณ ท่านได้เมตตาสอนไว้ว่า
อตีตาธรรมเมาคืออดีตเป็นธรรมดา เช่นเดียวกับ อนาคตก็เป็นธรรมเมา อนาคตไม่ใช่ธรรมะ กรรมที่ทำแล้วในอดีตหลวงปู่ท่านให้คิดว่าป็นธรรมเมา
คำว่าเมานั้นแปลว่าไม่ดี ไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้อง ควรหลีกเลี่ยง ในความหมายของหลวงปู่ท่านบอกว่า อดีตคือสิ่งที่ผ่านมาแล้วอย่าไปยึดติด คิดถึงแต่อดีต เพราะสิ่งเหล่านั้นมันก่อให้เกิดทุกข์ ควรจะให้จบสิ้นไปในความหมายของคำว่า “ อดีต” มิฉะนั้นแล้ว จิตของเราจะจมหลงมัวเมาอยู่แต่อดีตจนก่อตัวให้เป็นความพยาบาท การผูกใจโกรธไม่รู้ลืม เป็นความคิดที่ทำร้ายตนเองรุนแรงยิ่งกว่าคนอื่นทำมากมายนัก
หลวงปู่แหวนท่านสอนด้วยว่า อนาคตธรรมเมา คืออนาคตก็เป็นธรรมเมา
อนาคตไม่ใช่ธัมมะ ทำนองเดียวกับ อตีตาธรรมเมา อดีตไม่ใช่ธัมมะ ก็คืออย่าผูกใจอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในอดีต และอย่าส่งใจไปคิดถึงสิ่งที่ยังไม่เกิด ที่ว่าจะเกิดในอนาคตเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ ปัจจุบันเท่านั้นเป็นธัมมะ ปัจจุบันเท่านั้นคือความจริงดังนั้น ปัจจุบันมีความสำคัญ ต้องใส่ใจกับปัจจุบันให้เต็มสติปัญญา ความสามารถ ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ให้งดงามที่สุดทั้ง กาย วาจา ใจ มีสติรักษาปัจจุบันให้ดีอย่างไปหลงกับอดีตและอนาคต จงมองและรักษาปัจจุบันให้ดี เพื่อเป็นสะพานเดินไปหาอนาคตที่มั่งคงโดยมีอดีตป็นครู
ธรรมดาของ สังขาร คือการดับ ไม่มีกลับ คืนเป็น เช่นลมหวน
เป็นของจริง จงจำ อย่าคร่ำครวญ สิ่งที่ควร เร่งทำ คือกรรมดี
อย่าทนทุกข์ กับอดีต อันขมขื่น อย่าเริงรื่น อนาคต อันสดใส
ปัจจุบันย่อม สำคัญกว่า สิ่งใด ถ้าตั้งใจ ไว้พอดี มีสุขเอย.
อตีตาธรรมเมาคืออดีตเป็นธรรมดา เช่นเดียวกับ อนาคตก็เป็นธรรมเมา อนาคตไม่ใช่ธรรมะ กรรมที่ทำแล้วในอดีตหลวงปู่ท่านให้คิดว่าป็นธรรมเมา
คำว่าเมานั้นแปลว่าไม่ดี ไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้อง ควรหลีกเลี่ยง ในความหมายของหลวงปู่ท่านบอกว่า อดีตคือสิ่งที่ผ่านมาแล้วอย่าไปยึดติด คิดถึงแต่อดีต เพราะสิ่งเหล่านั้นมันก่อให้เกิดทุกข์ ควรจะให้จบสิ้นไปในความหมายของคำว่า “ อดีต” มิฉะนั้นแล้ว จิตของเราจะจมหลงมัวเมาอยู่แต่อดีตจนก่อตัวให้เป็นความพยาบาท การผูกใจโกรธไม่รู้ลืม เป็นความคิดที่ทำร้ายตนเองรุนแรงยิ่งกว่าคนอื่นทำมากมายนัก
หลวงปู่แหวนท่านสอนด้วยว่า อนาคตธรรมเมา คืออนาคตก็เป็นธรรมเมา
อนาคตไม่ใช่ธัมมะ ทำนองเดียวกับ อตีตาธรรมเมา อดีตไม่ใช่ธัมมะ ก็คืออย่าผูกใจอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในอดีต และอย่าส่งใจไปคิดถึงสิ่งที่ยังไม่เกิด ที่ว่าจะเกิดในอนาคตเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ ปัจจุบันเท่านั้นเป็นธัมมะ ปัจจุบันเท่านั้นคือความจริงดังนั้น ปัจจุบันมีความสำคัญ ต้องใส่ใจกับปัจจุบันให้เต็มสติปัญญา ความสามารถ ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ให้งดงามที่สุดทั้ง กาย วาจา ใจ มีสติรักษาปัจจุบันให้ดีอย่างไปหลงกับอดีตและอนาคต จงมองและรักษาปัจจุบันให้ดี เพื่อเป็นสะพานเดินไปหาอนาคตที่มั่งคงโดยมีอดีตป็นครู
ธรรมดาของ สังขาร คือการดับ ไม่มีกลับ คืนเป็น เช่นลมหวน
เป็นของจริง จงจำ อย่าคร่ำครวญ สิ่งที่ควร เร่งทำ คือกรรมดี
อย่าทนทุกข์ กับอดีต อันขมขื่น อย่าเริงรื่น อนาคต อันสดใส
ปัจจุบันย่อม สำคัญกว่า สิ่งใด ถ้าตั้งใจ ไว้พอดี มีสุขเอย.
วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2551
ภูมิคุ้มกันในบ้าน
ในครอบครัวควรจะมีความรักและความผูกพันและเห็นความสำคัญซึ่งกันและกัน หากครอบครัวใดที่เห็นความสำคัญในความรัก และความอบอุ่นต่อบุคคลในครอบครัวแล้วก็เท่ากับการสร้างภูมิคุ้มกันในบ้านให้ปลอดภัยจากสิ่งต่างๆที่อาจก่อให้เกิดปัญหาขึ้นมาได้เพียงแต่เราหันหน้าเข้าหากัน เข้าใจกัน
การแสดงออกถึงความรัก ความเข้าใจ โดยการโอบกอด ยอมรับฟังปัญหาในเมื่อเกิดทุกข์ และยิ้มรับเมื่อมีความสุข
ครอบครัวต้องมีความมั่นคง เข้มแข็งไม่หวั่นไหวต่อสิ่งที่มากระทบ ต้องมีความสามัคคี กลมเกลียว พร้อมที่เผชิญต่อสิ่งที่เกิดขึ้น โดยไม่รู้สึกโดดเดี่ยว
การพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง การชื่นชม ชมเชย ให้กำลังใจเมื่อบุคคลในครอบครัวทำดี และไม่ด่าหรือใช้ถ้อยคำที่รุ่นแรงที่กระทบกระเทือนจิตใจเมื่ออีกฝ่ายกระทำผิด
เมื่อทำผิดต้องรูจักการขอโทษ และเมื่อทำดีต้องรู้จักขอบคุณ
พ่อ แม่ ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีดำรงตนอยู่ในศีลธรรม อันดีงาม ปลูกฝังทัศนคติ ที่ดีต่อตนเอง ผู้อื่น และสังคม
การทำกิจกรรมร่วมกัน การรับประทานอาหารด้วยกัน ไปเที่ยวพักผ่อนด้วยกัน สร้างความเพลิดเพลินด้วยกัน การหัวเราะ การฟังเพลง ร้องเพลงๆ
ความรักและความอบอุ่นที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมเป็นพลังอันยิ่งใหญ่พร้อมทั้งเป็นเกาะกำบังอันตรายต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นมาได้เพียงแต่ขอให้เรามีความรัก ความจริงใจต่อกัน ขอให้เราจับมือกันไว้ให้มั่นเพื่อความมั่งคงของครอบครัว.
การแสดงออกถึงความรัก ความเข้าใจ โดยการโอบกอด ยอมรับฟังปัญหาในเมื่อเกิดทุกข์ และยิ้มรับเมื่อมีความสุข
ครอบครัวต้องมีความมั่นคง เข้มแข็งไม่หวั่นไหวต่อสิ่งที่มากระทบ ต้องมีความสามัคคี กลมเกลียว พร้อมที่เผชิญต่อสิ่งที่เกิดขึ้น โดยไม่รู้สึกโดดเดี่ยว
การพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง การชื่นชม ชมเชย ให้กำลังใจเมื่อบุคคลในครอบครัวทำดี และไม่ด่าหรือใช้ถ้อยคำที่รุ่นแรงที่กระทบกระเทือนจิตใจเมื่ออีกฝ่ายกระทำผิด
เมื่อทำผิดต้องรูจักการขอโทษ และเมื่อทำดีต้องรู้จักขอบคุณ
พ่อ แม่ ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีดำรงตนอยู่ในศีลธรรม อันดีงาม ปลูกฝังทัศนคติ ที่ดีต่อตนเอง ผู้อื่น และสังคม
การทำกิจกรรมร่วมกัน การรับประทานอาหารด้วยกัน ไปเที่ยวพักผ่อนด้วยกัน สร้างความเพลิดเพลินด้วยกัน การหัวเราะ การฟังเพลง ร้องเพลงๆ
ความรักและความอบอุ่นที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมเป็นพลังอันยิ่งใหญ่พร้อมทั้งเป็นเกาะกำบังอันตรายต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นมาได้เพียงแต่ขอให้เรามีความรัก ความจริงใจต่อกัน ขอให้เราจับมือกันไว้ให้มั่นเพื่อความมั่งคงของครอบครัว.
วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2551
เงาแห่งความทุกข์และความสุข
คนเราเกิดมาทุกคนต้องมีเงาติดตัวกันมาตลอด ถ้าหากไม่มีเงานั่นคงหมายถึงการไม่มีชีวิตอยู่แล้ว คงเหลือแต่บุญ กับ บาปติดตัวกันไปแทน
เมื่อมีชีวิตอยู่เงาที่ติดตัวเราตลอดและอยู่เสมอในยามทุกข์ และยามสุข จะหมุนเวียนสลับเปลี่ยนกันอยู่ตลอดเวลา บางทีทุกข์นั้นก็ไม่ได้เกิดกับตัวเราแต่ก็ไม่วายที่จะหาทุกข์มาใส่ให้กับตัวเองคือไม่ยอมปล่อยวางในทุกข์ของคนอื่น
ทุกข์ที่เกิดจากการอยู่ร่วมกันในสังคม
ดังนั้นไม่ว่าทุกข์จะเกิดจากสาเหตุใดก็ตาม เราควรยึดเส้นทางแห่งธรรมคือการปล่อยวาง ละวาง รู้จักสงบนิ่งในทุกข์ มองให้เห็นเหตุแห่งทุกข์ เพื่อนำมาสู่การแก้ไข ปัญหาทุกอย่างมีทางออกหากมองอย่างมีสติและความคิดที่รอบคอบ ต้องมีความอดทน อดกลั้น และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการให้อภัย หรือการอโหสิกรรมแก่กัน
เงาแห่งทุกข์ และ สุขนั้นเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับความจริงให้ได้ว่าไม่มีใครจะหลีกหนีความทุกข์ไปได้ แต่เมื่อทุกข์เกิดแล้วขอให้เรามีสติรู้ทันในอารมณ์แห่งทุกข์โดยเอาจิตเป็นที่ตั้ง เพื่อเปลี่ยนความทุกข์ ให้เป็นความสงบ และความสุขก็จะเกิดขึ้นมาเอง
อาจจะเป็นการยากที่จะทำได้ ถ้าหากทำได้จะรับรู้ว่าไม่ยากเลย
เมื่อมีชีวิตอยู่เงาที่ติดตัวเราตลอดและอยู่เสมอในยามทุกข์ และยามสุข จะหมุนเวียนสลับเปลี่ยนกันอยู่ตลอดเวลา บางทีทุกข์นั้นก็ไม่ได้เกิดกับตัวเราแต่ก็ไม่วายที่จะหาทุกข์มาใส่ให้กับตัวเองคือไม่ยอมปล่อยวางในทุกข์ของคนอื่น
ทุกข์ที่เกิดจากการอยู่ร่วมกันในสังคม
ดังนั้นไม่ว่าทุกข์จะเกิดจากสาเหตุใดก็ตาม เราควรยึดเส้นทางแห่งธรรมคือการปล่อยวาง ละวาง รู้จักสงบนิ่งในทุกข์ มองให้เห็นเหตุแห่งทุกข์ เพื่อนำมาสู่การแก้ไข ปัญหาทุกอย่างมีทางออกหากมองอย่างมีสติและความคิดที่รอบคอบ ต้องมีความอดทน อดกลั้น และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการให้อภัย หรือการอโหสิกรรมแก่กัน
เงาแห่งทุกข์ และ สุขนั้นเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับความจริงให้ได้ว่าไม่มีใครจะหลีกหนีความทุกข์ไปได้ แต่เมื่อทุกข์เกิดแล้วขอให้เรามีสติรู้ทันในอารมณ์แห่งทุกข์โดยเอาจิตเป็นที่ตั้ง เพื่อเปลี่ยนความทุกข์ ให้เป็นความสงบ และความสุขก็จะเกิดขึ้นมาเอง
อาจจะเป็นการยากที่จะทำได้ ถ้าหากทำได้จะรับรู้ว่าไม่ยากเลย
วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2551
เด็กๆกับการเรียนรู้
เด็กๆทุกคนเมื่อแรกเกิดมานั้น ย่อมมีกรรมดี และกรรมชั่วติดตัวมากันทุกคน ดังนั้นตัวแปรที่ทำให้ กรรมดีและกรรมชั่วเปลี่ยนไปคือการรับรู้โดยการเรียนรู้จากพฤติกรรมของสิ่งแวดล้อม ที่อยู่อาศัยจากครอบครัว ไม่ว่าจะเป็น บิดา มารดา ญาติพี่น้องหรือบุคคลที่เด็กคลุกคลีอยู่ด้วยเป็นประจำ โดยยึดเอามาเป็นต้นแบบ
มีคำกล่าวไว้ว่าเด็กๆที่แรกเกิดมานั้นเปรียบเสมือนผ้าขาวที่สะอาดบริสุทธิ์
หากเด็กๆได้รับคุณธรรม ศีลธรรม จากบิดา มารดาเด็กๆก็จะรับรู้และเลียงแบบ พ่อ แม่ ทั้งร่างกายและจิตใจ
แต่ถ้าหากเราเก็บเอาพ่อ แม่ ใจร้าย ความน่าสะพรึ่งกลัวไว้ในจิตใจมากเท่าใด นานวันเขาจะแยกไม่ออกเลย เขาจะสร้างกลไกตัวควบคุมตนเองขึ้นมาทั้งภายในและภายนอก
สังคมปัจจุบัน พ่อ แม่ ต้องทำงานหาเงินมากจนเกินควรไม่มีเวลาให้แต่ถ้าหากมีเวลาให้กับลูกบ้างก็ขอเป็นเวลาที่มีคุณภาพ เพื่อส่งเสริมวิถีชีวิตของเด็กที่จะต้องเติบโตเป็นบุคคลที่มีคุณภาพต่อสังคมและครอบครัว
การจะสอนลูกๆให้เป็นคนดีได้นั้นคือการให้เวลา และเป็นแบบอย่างที่ดี สอนให้เขารู้จักคิดถึงการกระทำและผลที่ได้รับนั่นคือ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
มีคำกล่าวไว้ว่าเด็กๆที่แรกเกิดมานั้นเปรียบเสมือนผ้าขาวที่สะอาดบริสุทธิ์
หากเด็กๆได้รับคุณธรรม ศีลธรรม จากบิดา มารดาเด็กๆก็จะรับรู้และเลียงแบบ พ่อ แม่ ทั้งร่างกายและจิตใจ
แต่ถ้าหากเราเก็บเอาพ่อ แม่ ใจร้าย ความน่าสะพรึ่งกลัวไว้ในจิตใจมากเท่าใด นานวันเขาจะแยกไม่ออกเลย เขาจะสร้างกลไกตัวควบคุมตนเองขึ้นมาทั้งภายในและภายนอก
สังคมปัจจุบัน พ่อ แม่ ต้องทำงานหาเงินมากจนเกินควรไม่มีเวลาให้แต่ถ้าหากมีเวลาให้กับลูกบ้างก็ขอเป็นเวลาที่มีคุณภาพ เพื่อส่งเสริมวิถีชีวิตของเด็กที่จะต้องเติบโตเป็นบุคคลที่มีคุณภาพต่อสังคมและครอบครัว
การจะสอนลูกๆให้เป็นคนดีได้นั้นคือการให้เวลา และเป็นแบบอย่างที่ดี สอนให้เขารู้จักคิดถึงการกระทำและผลที่ได้รับนั่นคือ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)