ขอยกคำสอนของหลวงปู่แหวน สุจิณโณ ท่านได้เมตตาสอนไว้ว่า
อตีตาธรรมเมาคืออดีตเป็นธรรมดา เช่นเดียวกับ อนาคตก็เป็นธรรมเมา อนาคตไม่ใช่ธรรมะ กรรมที่ทำแล้วในอดีตหลวงปู่ท่านให้คิดว่าป็นธรรมเมา
คำว่าเมานั้นแปลว่าไม่ดี ไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้อง ควรหลีกเลี่ยง ในความหมายของหลวงปู่ท่านบอกว่า อดีตคือสิ่งที่ผ่านมาแล้วอย่าไปยึดติด คิดถึงแต่อดีต เพราะสิ่งเหล่านั้นมันก่อให้เกิดทุกข์ ควรจะให้จบสิ้นไปในความหมายของคำว่า “ อดีต” มิฉะนั้นแล้ว จิตของเราจะจมหลงมัวเมาอยู่แต่อดีตจนก่อตัวให้เป็นความพยาบาท การผูกใจโกรธไม่รู้ลืม เป็นความคิดที่ทำร้ายตนเองรุนแรงยิ่งกว่าคนอื่นทำมากมายนัก
หลวงปู่แหวนท่านสอนด้วยว่า อนาคตธรรมเมา คืออนาคตก็เป็นธรรมเมา
อนาคตไม่ใช่ธัมมะ ทำนองเดียวกับ อตีตาธรรมเมา อดีตไม่ใช่ธัมมะ ก็คืออย่าผูกใจอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในอดีต และอย่าส่งใจไปคิดถึงสิ่งที่ยังไม่เกิด ที่ว่าจะเกิดในอนาคตเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ ปัจจุบันเท่านั้นเป็นธัมมะ ปัจจุบันเท่านั้นคือความจริงดังนั้น ปัจจุบันมีความสำคัญ ต้องใส่ใจกับปัจจุบันให้เต็มสติปัญญา ความสามารถ ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ให้งดงามที่สุดทั้ง กาย วาจา ใจ มีสติรักษาปัจจุบันให้ดีอย่างไปหลงกับอดีตและอนาคต จงมองและรักษาปัจจุบันให้ดี เพื่อเป็นสะพานเดินไปหาอนาคตที่มั่งคงโดยมีอดีตป็นครู
ธรรมดาของ สังขาร คือการดับ ไม่มีกลับ คืนเป็น เช่นลมหวน
เป็นของจริง จงจำ อย่าคร่ำครวญ สิ่งที่ควร เร่งทำ คือกรรมดี
อย่าทนทุกข์ กับอดีต อันขมขื่น อย่าเริงรื่น อนาคต อันสดใส
ปัจจุบันย่อม สำคัญกว่า สิ่งใด ถ้าตั้งใจ ไว้พอดี มีสุขเอย.
วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2551
ภูมิคุ้มกันในบ้าน
ในครอบครัวควรจะมีความรักและความผูกพันและเห็นความสำคัญซึ่งกันและกัน หากครอบครัวใดที่เห็นความสำคัญในความรัก และความอบอุ่นต่อบุคคลในครอบครัวแล้วก็เท่ากับการสร้างภูมิคุ้มกันในบ้านให้ปลอดภัยจากสิ่งต่างๆที่อาจก่อให้เกิดปัญหาขึ้นมาได้เพียงแต่เราหันหน้าเข้าหากัน เข้าใจกัน
การแสดงออกถึงความรัก ความเข้าใจ โดยการโอบกอด ยอมรับฟังปัญหาในเมื่อเกิดทุกข์ และยิ้มรับเมื่อมีความสุข
ครอบครัวต้องมีความมั่นคง เข้มแข็งไม่หวั่นไหวต่อสิ่งที่มากระทบ ต้องมีความสามัคคี กลมเกลียว พร้อมที่เผชิญต่อสิ่งที่เกิดขึ้น โดยไม่รู้สึกโดดเดี่ยว
การพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง การชื่นชม ชมเชย ให้กำลังใจเมื่อบุคคลในครอบครัวทำดี และไม่ด่าหรือใช้ถ้อยคำที่รุ่นแรงที่กระทบกระเทือนจิตใจเมื่ออีกฝ่ายกระทำผิด
เมื่อทำผิดต้องรูจักการขอโทษ และเมื่อทำดีต้องรู้จักขอบคุณ
พ่อ แม่ ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีดำรงตนอยู่ในศีลธรรม อันดีงาม ปลูกฝังทัศนคติ ที่ดีต่อตนเอง ผู้อื่น และสังคม
การทำกิจกรรมร่วมกัน การรับประทานอาหารด้วยกัน ไปเที่ยวพักผ่อนด้วยกัน สร้างความเพลิดเพลินด้วยกัน การหัวเราะ การฟังเพลง ร้องเพลงๆ
ความรักและความอบอุ่นที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมเป็นพลังอันยิ่งใหญ่พร้อมทั้งเป็นเกาะกำบังอันตรายต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นมาได้เพียงแต่ขอให้เรามีความรัก ความจริงใจต่อกัน ขอให้เราจับมือกันไว้ให้มั่นเพื่อความมั่งคงของครอบครัว.
การแสดงออกถึงความรัก ความเข้าใจ โดยการโอบกอด ยอมรับฟังปัญหาในเมื่อเกิดทุกข์ และยิ้มรับเมื่อมีความสุข
ครอบครัวต้องมีความมั่นคง เข้มแข็งไม่หวั่นไหวต่อสิ่งที่มากระทบ ต้องมีความสามัคคี กลมเกลียว พร้อมที่เผชิญต่อสิ่งที่เกิดขึ้น โดยไม่รู้สึกโดดเดี่ยว
การพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง การชื่นชม ชมเชย ให้กำลังใจเมื่อบุคคลในครอบครัวทำดี และไม่ด่าหรือใช้ถ้อยคำที่รุ่นแรงที่กระทบกระเทือนจิตใจเมื่ออีกฝ่ายกระทำผิด
เมื่อทำผิดต้องรูจักการขอโทษ และเมื่อทำดีต้องรู้จักขอบคุณ
พ่อ แม่ ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีดำรงตนอยู่ในศีลธรรม อันดีงาม ปลูกฝังทัศนคติ ที่ดีต่อตนเอง ผู้อื่น และสังคม
การทำกิจกรรมร่วมกัน การรับประทานอาหารด้วยกัน ไปเที่ยวพักผ่อนด้วยกัน สร้างความเพลิดเพลินด้วยกัน การหัวเราะ การฟังเพลง ร้องเพลงๆ
ความรักและความอบอุ่นที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมเป็นพลังอันยิ่งใหญ่พร้อมทั้งเป็นเกาะกำบังอันตรายต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นมาได้เพียงแต่ขอให้เรามีความรัก ความจริงใจต่อกัน ขอให้เราจับมือกันไว้ให้มั่นเพื่อความมั่งคงของครอบครัว.
วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2551
เงาแห่งความทุกข์และความสุข
คนเราเกิดมาทุกคนต้องมีเงาติดตัวกันมาตลอด ถ้าหากไม่มีเงานั่นคงหมายถึงการไม่มีชีวิตอยู่แล้ว คงเหลือแต่บุญ กับ บาปติดตัวกันไปแทน
เมื่อมีชีวิตอยู่เงาที่ติดตัวเราตลอดและอยู่เสมอในยามทุกข์ และยามสุข จะหมุนเวียนสลับเปลี่ยนกันอยู่ตลอดเวลา บางทีทุกข์นั้นก็ไม่ได้เกิดกับตัวเราแต่ก็ไม่วายที่จะหาทุกข์มาใส่ให้กับตัวเองคือไม่ยอมปล่อยวางในทุกข์ของคนอื่น
ทุกข์ที่เกิดจากการอยู่ร่วมกันในสังคม
ดังนั้นไม่ว่าทุกข์จะเกิดจากสาเหตุใดก็ตาม เราควรยึดเส้นทางแห่งธรรมคือการปล่อยวาง ละวาง รู้จักสงบนิ่งในทุกข์ มองให้เห็นเหตุแห่งทุกข์ เพื่อนำมาสู่การแก้ไข ปัญหาทุกอย่างมีทางออกหากมองอย่างมีสติและความคิดที่รอบคอบ ต้องมีความอดทน อดกลั้น และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการให้อภัย หรือการอโหสิกรรมแก่กัน
เงาแห่งทุกข์ และ สุขนั้นเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับความจริงให้ได้ว่าไม่มีใครจะหลีกหนีความทุกข์ไปได้ แต่เมื่อทุกข์เกิดแล้วขอให้เรามีสติรู้ทันในอารมณ์แห่งทุกข์โดยเอาจิตเป็นที่ตั้ง เพื่อเปลี่ยนความทุกข์ ให้เป็นความสงบ และความสุขก็จะเกิดขึ้นมาเอง
อาจจะเป็นการยากที่จะทำได้ ถ้าหากทำได้จะรับรู้ว่าไม่ยากเลย
เมื่อมีชีวิตอยู่เงาที่ติดตัวเราตลอดและอยู่เสมอในยามทุกข์ และยามสุข จะหมุนเวียนสลับเปลี่ยนกันอยู่ตลอดเวลา บางทีทุกข์นั้นก็ไม่ได้เกิดกับตัวเราแต่ก็ไม่วายที่จะหาทุกข์มาใส่ให้กับตัวเองคือไม่ยอมปล่อยวางในทุกข์ของคนอื่น
ทุกข์ที่เกิดจากการอยู่ร่วมกันในสังคม
ดังนั้นไม่ว่าทุกข์จะเกิดจากสาเหตุใดก็ตาม เราควรยึดเส้นทางแห่งธรรมคือการปล่อยวาง ละวาง รู้จักสงบนิ่งในทุกข์ มองให้เห็นเหตุแห่งทุกข์ เพื่อนำมาสู่การแก้ไข ปัญหาทุกอย่างมีทางออกหากมองอย่างมีสติและความคิดที่รอบคอบ ต้องมีความอดทน อดกลั้น และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการให้อภัย หรือการอโหสิกรรมแก่กัน
เงาแห่งทุกข์ และ สุขนั้นเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับความจริงให้ได้ว่าไม่มีใครจะหลีกหนีความทุกข์ไปได้ แต่เมื่อทุกข์เกิดแล้วขอให้เรามีสติรู้ทันในอารมณ์แห่งทุกข์โดยเอาจิตเป็นที่ตั้ง เพื่อเปลี่ยนความทุกข์ ให้เป็นความสงบ และความสุขก็จะเกิดขึ้นมาเอง
อาจจะเป็นการยากที่จะทำได้ ถ้าหากทำได้จะรับรู้ว่าไม่ยากเลย
วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2551
เด็กๆกับการเรียนรู้
เด็กๆทุกคนเมื่อแรกเกิดมานั้น ย่อมมีกรรมดี และกรรมชั่วติดตัวมากันทุกคน ดังนั้นตัวแปรที่ทำให้ กรรมดีและกรรมชั่วเปลี่ยนไปคือการรับรู้โดยการเรียนรู้จากพฤติกรรมของสิ่งแวดล้อม ที่อยู่อาศัยจากครอบครัว ไม่ว่าจะเป็น บิดา มารดา ญาติพี่น้องหรือบุคคลที่เด็กคลุกคลีอยู่ด้วยเป็นประจำ โดยยึดเอามาเป็นต้นแบบ
มีคำกล่าวไว้ว่าเด็กๆที่แรกเกิดมานั้นเปรียบเสมือนผ้าขาวที่สะอาดบริสุทธิ์
หากเด็กๆได้รับคุณธรรม ศีลธรรม จากบิดา มารดาเด็กๆก็จะรับรู้และเลียงแบบ พ่อ แม่ ทั้งร่างกายและจิตใจ
แต่ถ้าหากเราเก็บเอาพ่อ แม่ ใจร้าย ความน่าสะพรึ่งกลัวไว้ในจิตใจมากเท่าใด นานวันเขาจะแยกไม่ออกเลย เขาจะสร้างกลไกตัวควบคุมตนเองขึ้นมาทั้งภายในและภายนอก
สังคมปัจจุบัน พ่อ แม่ ต้องทำงานหาเงินมากจนเกินควรไม่มีเวลาให้แต่ถ้าหากมีเวลาให้กับลูกบ้างก็ขอเป็นเวลาที่มีคุณภาพ เพื่อส่งเสริมวิถีชีวิตของเด็กที่จะต้องเติบโตเป็นบุคคลที่มีคุณภาพต่อสังคมและครอบครัว
การจะสอนลูกๆให้เป็นคนดีได้นั้นคือการให้เวลา และเป็นแบบอย่างที่ดี สอนให้เขารู้จักคิดถึงการกระทำและผลที่ได้รับนั่นคือ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
มีคำกล่าวไว้ว่าเด็กๆที่แรกเกิดมานั้นเปรียบเสมือนผ้าขาวที่สะอาดบริสุทธิ์
หากเด็กๆได้รับคุณธรรม ศีลธรรม จากบิดา มารดาเด็กๆก็จะรับรู้และเลียงแบบ พ่อ แม่ ทั้งร่างกายและจิตใจ
แต่ถ้าหากเราเก็บเอาพ่อ แม่ ใจร้าย ความน่าสะพรึ่งกลัวไว้ในจิตใจมากเท่าใด นานวันเขาจะแยกไม่ออกเลย เขาจะสร้างกลไกตัวควบคุมตนเองขึ้นมาทั้งภายในและภายนอก
สังคมปัจจุบัน พ่อ แม่ ต้องทำงานหาเงินมากจนเกินควรไม่มีเวลาให้แต่ถ้าหากมีเวลาให้กับลูกบ้างก็ขอเป็นเวลาที่มีคุณภาพ เพื่อส่งเสริมวิถีชีวิตของเด็กที่จะต้องเติบโตเป็นบุคคลที่มีคุณภาพต่อสังคมและครอบครัว
การจะสอนลูกๆให้เป็นคนดีได้นั้นคือการให้เวลา และเป็นแบบอย่างที่ดี สอนให้เขารู้จักคิดถึงการกระทำและผลที่ได้รับนั่นคือ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
วันเสาร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2551
คนดีของแม่
ลูกเอ๋ย........
การเลือกคบคนก็เหมือนกับการเลือกซื้อเสื้อผ้า ลูกต้องรู้จักเลือก รู้จักคิดเพราะคนเราเกิดมาในโลกใบนี้มีทั้งคนดี และคนไม่ดีคงไม่มีคนดีไปทั้งหมด หรือ คนชั่วไปทั้งหมด ดังนั้นอยู่ที่ว่าลูกจะเลือกคบคนชนิดใด ถ้าลูกเลือกคบคนดีลูกก็จะเป็นคนดี ถ้าเลือกคบคนชั่วลูกก็จะเป็นคนชั่ว
ดังสุภาษิตที่ว่า คบคนพาลพาลไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล
คบคนชั่วจะพาตัวให้อับจน จะคบคนควรคิดให้ดี
ลูกของแม่ก็เหมือนกัน เราทุกคนต้องมีจุดมุ่งหมายของชีวิตและต้องมีความมานะพยายามไปหาฝันของตนเองให้ได้เพื่ออนาคตของลูก แม่ขอให้ลูกเป็นคนดี เพราะความดีจะเป็นเกราะป้องกันภัยให้กับลูกเป็นอย่างดี ลูกจะประสบความสำเร็จ นั่นคือผลแห่งความตั้งใจดี
ถ้าลูกคบคนชั่วก็จะนำพาไปสู่ทางฉิบหายอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง เพราะคนชั่วไม่สนับสนุนคนที่คบด้วยให้เป็นคนดี
ดังองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบรมศาสดาตรัสว่า ขึ้นชื่อว่าความชั่วแล้วแม้น้อยนิดก็ไม่ควรทำ เพราะความชั่วทั้งหลายเมื่อกระทำแล้วย่อมส่งผลเป็นความทุกข์ ความเดือดร้อน
อันความดีแม้เพียงน้อยนิดก็สมควรทำเปรียบเสมือนตักน้ำใส่ตุ่มขยันหมั่นเพียรน้ำก็จะเต็มตุ่ม บุญก็เช่นเดียวกัน ขยันบำเพ็ญบุญ บุญก็จะเพิ่มพูน และเต็มบริบรูณ์
ดังนั้น แม่ขอให้เวลาที่ลูกจะคิด จะพูด จะทำ ขอให้เกิดด้วยปัญญา
การเลือกคบคนก็เหมือนกับการเลือกซื้อเสื้อผ้า ลูกต้องรู้จักเลือก รู้จักคิดเพราะคนเราเกิดมาในโลกใบนี้มีทั้งคนดี และคนไม่ดีคงไม่มีคนดีไปทั้งหมด หรือ คนชั่วไปทั้งหมด ดังนั้นอยู่ที่ว่าลูกจะเลือกคบคนชนิดใด ถ้าลูกเลือกคบคนดีลูกก็จะเป็นคนดี ถ้าเลือกคบคนชั่วลูกก็จะเป็นคนชั่ว
ดังสุภาษิตที่ว่า คบคนพาลพาลไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล
คบคนชั่วจะพาตัวให้อับจน จะคบคนควรคิดให้ดี
ลูกของแม่ก็เหมือนกัน เราทุกคนต้องมีจุดมุ่งหมายของชีวิตและต้องมีความมานะพยายามไปหาฝันของตนเองให้ได้เพื่ออนาคตของลูก แม่ขอให้ลูกเป็นคนดี เพราะความดีจะเป็นเกราะป้องกันภัยให้กับลูกเป็นอย่างดี ลูกจะประสบความสำเร็จ นั่นคือผลแห่งความตั้งใจดี
ถ้าลูกคบคนชั่วก็จะนำพาไปสู่ทางฉิบหายอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง เพราะคนชั่วไม่สนับสนุนคนที่คบด้วยให้เป็นคนดี
ดังองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบรมศาสดาตรัสว่า ขึ้นชื่อว่าความชั่วแล้วแม้น้อยนิดก็ไม่ควรทำ เพราะความชั่วทั้งหลายเมื่อกระทำแล้วย่อมส่งผลเป็นความทุกข์ ความเดือดร้อน
อันความดีแม้เพียงน้อยนิดก็สมควรทำเปรียบเสมือนตักน้ำใส่ตุ่มขยันหมั่นเพียรน้ำก็จะเต็มตุ่ม บุญก็เช่นเดียวกัน ขยันบำเพ็ญบุญ บุญก็จะเพิ่มพูน และเต็มบริบรูณ์
ดังนั้น แม่ขอให้เวลาที่ลูกจะคิด จะพูด จะทำ ขอให้เกิดด้วยปัญญา
วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2551
บุญ บารมี
บุญ บารมี
บุญ คือความดี กุศล ความสุขอันเกิดจากการประพฤติทางกาย วาจา ใจ กุศลธรรม
บารมี คือคุณความดีที่บำเพ็ญอย่างยิ่งยวด เพื่อบรรลุจุดหมายอันสูงส่ง
วิธีสร้างบุญ บารมีในพระพุทธศาสนามีอยู่ 3 ขั้นตอนคือ
1 การทำทาน ได้แก่การเกิดความเมตตาจิตของตนด้วยการสละทรัพย์สิ่งของสมบัติของตนที่มีอยู่ให้แก่ผู้อื่นเพื่อหวังให้ผู้รับประโยชน์มีความสุขจะมากหรือน้อยเพียงใดย่อมถึงพร้อมด้วยองค์ประกอบ 3 ประการที่ทำให้ทานนั้นมีผลมาก ได้บุญบารมีมากกล่าวคือวัตถุทานที่ให้ต้องบริสุทธิ์ เจตนาในการให้บริสุทธิ์ เนื้อนาบุญบริสุทธิ์
2 การรักษาศีล ศีลแปลว่า ปกติคือสิ่งที่บุคคลจะต้องระวังรักษาศีลมีหลายระดับ คือ ศีล 5 ศีล 8 ศีล 10และศีล 227
มนุษย์ คือ ผู้ที่มีใจประเสริฐ มีคุณธรรมที่เป็นปกติของมนุษย์ที่ทรงไว้ตลอดไปคือ ศีล5 บุคคลที่ไม่มีศีล5 ไม่เรียกว่ามนุษย์ แต่อาจเรียกว่า คน
การรักษาศีล เป็นการเพียรพยายามเพื่อระงับโทษทางกาย วาจาซึ่งเป็น กิเลสหยาบมิให้กำเริบขึ้นและเป็นการบำเพ็ญบุญบารมีที่สูงขึ้นกว่าการให้ทาน
3 การภาวนา การเจริญภาวนา เป็นการสร้างบุญบารมีที่สูงสุด และยิ่งใหญ่ที่สุดในพระพุทธศาสนาเป็นแก่นแท้ และสูงกว่าศีลมาก
อานิสงส์ ของสมาธินั้นมีมากว่าการรักษาศีลอย่างเทียบไม่ได้ พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ว่า แม้บุญจะได้อุปสมบทเป็นภิกษุรักษาศีล 227ข้อไม่เคยขาด ไม่ด่างพร้อยมานานถึง 100ปี ก็ยังได้บุญกุศลน้อยกว่าผู้ที่ทำสมาธิจิตเพียงให้จิตสงบนานเพียงไก่กระพือปีก ช้างกระดิกหู
การให้ธรรมะเป็นทาน เป็นบุญกุศลอันสูงสุด
บุญ คือความดี กุศล ความสุขอันเกิดจากการประพฤติทางกาย วาจา ใจ กุศลธรรม
บารมี คือคุณความดีที่บำเพ็ญอย่างยิ่งยวด เพื่อบรรลุจุดหมายอันสูงส่ง
วิธีสร้างบุญ บารมีในพระพุทธศาสนามีอยู่ 3 ขั้นตอนคือ
1 การทำทาน ได้แก่การเกิดความเมตตาจิตของตนด้วยการสละทรัพย์สิ่งของสมบัติของตนที่มีอยู่ให้แก่ผู้อื่นเพื่อหวังให้ผู้รับประโยชน์มีความสุขจะมากหรือน้อยเพียงใดย่อมถึงพร้อมด้วยองค์ประกอบ 3 ประการที่ทำให้ทานนั้นมีผลมาก ได้บุญบารมีมากกล่าวคือวัตถุทานที่ให้ต้องบริสุทธิ์ เจตนาในการให้บริสุทธิ์ เนื้อนาบุญบริสุทธิ์
2 การรักษาศีล ศีลแปลว่า ปกติคือสิ่งที่บุคคลจะต้องระวังรักษาศีลมีหลายระดับ คือ ศีล 5 ศีล 8 ศีล 10และศีล 227
มนุษย์ คือ ผู้ที่มีใจประเสริฐ มีคุณธรรมที่เป็นปกติของมนุษย์ที่ทรงไว้ตลอดไปคือ ศีล5 บุคคลที่ไม่มีศีล5 ไม่เรียกว่ามนุษย์ แต่อาจเรียกว่า คน
การรักษาศีล เป็นการเพียรพยายามเพื่อระงับโทษทางกาย วาจาซึ่งเป็น กิเลสหยาบมิให้กำเริบขึ้นและเป็นการบำเพ็ญบุญบารมีที่สูงขึ้นกว่าการให้ทาน
3 การภาวนา การเจริญภาวนา เป็นการสร้างบุญบารมีที่สูงสุด และยิ่งใหญ่ที่สุดในพระพุทธศาสนาเป็นแก่นแท้ และสูงกว่าศีลมาก
อานิสงส์ ของสมาธินั้นมีมากว่าการรักษาศีลอย่างเทียบไม่ได้ พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ว่า แม้บุญจะได้อุปสมบทเป็นภิกษุรักษาศีล 227ข้อไม่เคยขาด ไม่ด่างพร้อยมานานถึง 100ปี ก็ยังได้บุญกุศลน้อยกว่าผู้ที่ทำสมาธิจิตเพียงให้จิตสงบนานเพียงไก่กระพือปีก ช้างกระดิกหู
การให้ธรรมะเป็นทาน เป็นบุญกุศลอันสูงสุด
วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2551
กำลังใจกับการเริ่มต้นใหม่
กำลังใจเป็นคำพูดหรือเป็นสื่อในความหมายที่กระตุ้นความรู้สึกให้ดีขึ้น ผ่อนคลายขึ้น มีความหวังมากขึ้น พร้อมที่จะเผชิญกับสิ่งต่างๆที่กำลังเข้ามาหา หรือบางสิ่งที่เคยผ่านออกไปแล้วแต่ยังไม่เคยลืมคืออดีต
กำลังใจคือพลังแห่งความตั้งใจดีที่จะก้าวต่อไปโดยเริ่มต้นใหม่ให้ไปสู่ชัยชนะ หรือความสำเร็จตามที่มุ่งหมายไว้ให้ได้
ศัตรูตัวร้ายที่จะบั่นทอนความตั้งใจเราคือความคิดของเราเอง จงอย่าดูถูกตนเอง หรือมองว่าตนเองไม่มีคุณค่า ขอเพียงให้ตัวเรามีความหวังที่จะเริ่มต้นใหม่โดยจิตใจที่เข้มแข็ง อย่าอ่อนแอ จงนำบทเรียนที่ผ่านมาเป็นครูของชีวิตเพื่อที่พาเราก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความระมัดระวัง
ดังตัวอย่างที่ดิฉันจะขอยกมากล่าวให้ฟังว่าเคยมีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งได้ลงบทความเกี่ยวกับนักโทษหญิงที่เปลี่ยงแปลงความคิดของตนใหม่ในเชิงบวกที่สร้างชีวิตใหม่ให้กับตนเองโดยไม่คิดทำร้ายตนเองแต่กลับนำพาชีวิต ความคิดที่ดีโดยการเรียนรู้และเสริมสร้างทักษะในวิชามวย จนได้รับชื่อเสียงในทางที่ดีน่ายกย่อง ที่น่าจะเป็นแบบอย่างแก่เยาวชนที่มีความคิดแบบเดิมๆ และก็กลับมาแบบเดิมๆ ลองดูนะ ชีวิตและอนาคตเป็นของเรา จงรู้จักที่จะนำพาตนเองให้ไปพบความสุข ความสมหวังและความสำเร็จนั้นๆให้ได้จงเปลี่ยนแปลงตนเองเสียใหม่ ไม่จมอยู่แต่อดีต ไม่มัวแต่นอนเศร้าทุกข์ใจ มองแต่ปมด้อยของตนเอง
ขอให้จดจำนะว่าชีวิตคนเราเปลี่ยนแปลงได้เสมอนับตั้งแต่รู้ความ ไม่มีอะไรที่แก้ไขไม่ได้ของเพียงให้เรามีกำลังใจ และพร้อมที่จะลูกขึ้นสู้เพื่อวันใหม่ ในวันพรุ่งนี้ ชีวิตที่เคยเลวร้ายก็จะกลายเป็นดี
ขอให้ชีวิตที่เริ่มต้นจงเป็นแก้วที่หงายเพื่อรองรับและกลั่นกรองเอาแต่สิ่งที่ดีๆเข้ามา
แต่อย่าเป็นแก้วที่คว่ำเพราะมัวแต่กักเก็บอดีตไว้ไม่ยอมปล่อยให้ออกไปก็เหมือนคนที่วนเวียนอยู่แต่วงแคบๆที่หาทางออกไม่ได้ และจะไม่มีวันที่ได้รับรู้ว่าในโลกใบนี้ยังมีสิ่งที่ดีๆอีกหลายอย่างที่เราควรจะรับรู้ อย่าปล่อยให้โอกาสและเวลาให้มันสูญไปโดยที่ไม่มีการเริ่มต้นใหม่.
กำลังใจคือพลังแห่งความตั้งใจดีที่จะก้าวต่อไปโดยเริ่มต้นใหม่ให้ไปสู่ชัยชนะ หรือความสำเร็จตามที่มุ่งหมายไว้ให้ได้
ศัตรูตัวร้ายที่จะบั่นทอนความตั้งใจเราคือความคิดของเราเอง จงอย่าดูถูกตนเอง หรือมองว่าตนเองไม่มีคุณค่า ขอเพียงให้ตัวเรามีความหวังที่จะเริ่มต้นใหม่โดยจิตใจที่เข้มแข็ง อย่าอ่อนแอ จงนำบทเรียนที่ผ่านมาเป็นครูของชีวิตเพื่อที่พาเราก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความระมัดระวัง
ดังตัวอย่างที่ดิฉันจะขอยกมากล่าวให้ฟังว่าเคยมีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งได้ลงบทความเกี่ยวกับนักโทษหญิงที่เปลี่ยงแปลงความคิดของตนใหม่ในเชิงบวกที่สร้างชีวิตใหม่ให้กับตนเองโดยไม่คิดทำร้ายตนเองแต่กลับนำพาชีวิต ความคิดที่ดีโดยการเรียนรู้และเสริมสร้างทักษะในวิชามวย จนได้รับชื่อเสียงในทางที่ดีน่ายกย่อง ที่น่าจะเป็นแบบอย่างแก่เยาวชนที่มีความคิดแบบเดิมๆ และก็กลับมาแบบเดิมๆ ลองดูนะ ชีวิตและอนาคตเป็นของเรา จงรู้จักที่จะนำพาตนเองให้ไปพบความสุข ความสมหวังและความสำเร็จนั้นๆให้ได้จงเปลี่ยนแปลงตนเองเสียใหม่ ไม่จมอยู่แต่อดีต ไม่มัวแต่นอนเศร้าทุกข์ใจ มองแต่ปมด้อยของตนเอง
ขอให้จดจำนะว่าชีวิตคนเราเปลี่ยนแปลงได้เสมอนับตั้งแต่รู้ความ ไม่มีอะไรที่แก้ไขไม่ได้ของเพียงให้เรามีกำลังใจ และพร้อมที่จะลูกขึ้นสู้เพื่อวันใหม่ ในวันพรุ่งนี้ ชีวิตที่เคยเลวร้ายก็จะกลายเป็นดี
ขอให้ชีวิตที่เริ่มต้นจงเป็นแก้วที่หงายเพื่อรองรับและกลั่นกรองเอาแต่สิ่งที่ดีๆเข้ามา
แต่อย่าเป็นแก้วที่คว่ำเพราะมัวแต่กักเก็บอดีตไว้ไม่ยอมปล่อยให้ออกไปก็เหมือนคนที่วนเวียนอยู่แต่วงแคบๆที่หาทางออกไม่ได้ และจะไม่มีวันที่ได้รับรู้ว่าในโลกใบนี้ยังมีสิ่งที่ดีๆอีกหลายอย่างที่เราควรจะรับรู้ อย่าปล่อยให้โอกาสและเวลาให้มันสูญไปโดยที่ไม่มีการเริ่มต้นใหม่.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)