วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2552

ตายแล้วไปไหน

ยังเป็นสิ่งที่มีหลายความคิดเห็น หรือบางท่านก็มาเล่าถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาจาการที่ฟื้นขึ้นมาหลังจากที่หลายคนดิดว่าตายแล้ว แต่ก็ยังเป็นข้อถกเถียงกันมานาน ในด้านศาสนาเราต่างก็อยากจะรู้ว่าเมื่อจิตดับลงแล้วไปไหน จะเป็นไปตามที่ได้ยินได้ฟังกันมาหรือไม่
แต่พอสรุปได้ว่า มนุษย์เรานั้นเกิดมาเพื่อชดใช้กรรมที่ตนได้เคยกระทำมาแล้วในอดีตที่เราได้เคยสร้างกรรมดีหรือกรรมชั่วไว้อย่างใดบ้าง เพราะเมื่อเราตายไปแล้วจิตวิญญาณเรายังคงอยู่เพื่อที่จะเสวยสุขหรือทุกข์ตามกรรมที่ได้กระทำเมื่อยังมีชีวิตอยู่
ถ้าหากเราทำกรรมดี คือ ผลบุญที่จะส่งผลให้เราไปเกิดในสุคติ
ถ้าหากทำกรรมชั่ว คือ บาปกรรมก็เป็นผลให้เราไปเกิดในอบายภูมิ ๔ ภูมิคือ นรก เปรต อสุรกาย หรือ สัตว์เดรัจฉาน
ดังนั้นเมื่อเรายังมีชีวิตอยู่ควรจะเร่งทำความดี เพื่อที่จะเป็นสเบียงเดินทางสำหรับจิต วิญญาณของเราเมื่อเวลานั้นมาถึง

วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ความเมตตา

คนเราเกิดมามีชีวิตเดียว เวลาจากไปบนโลกใบนี้ก็มีชีวิตเดียวอยากจะถามว่าในช่วงตั้งแต่เกิดมา จนถึงเวลาที่ต้องจากไปจากโลกใบนี้นั้น เราเคยทำอะไรบ้างที่มีประโยชน์ที่ทำให้เรามีความรู้สึกสุขใจ ทุกครั้งที่นึกขึ้นมา
เคยมีภาพยนตร์ประกอบการโฆษณาที่กล่าวถึงผู้หญิงคนหนึ่งเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แต่เธอไม่กลัวความตาย แต่กลัวที่จะไม่ได้ทำความดีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เธอได้นำเด็กๆที่ขาดความอบอุ่นมาดูแลสอนหนังสือ ให้ความสุข และชี้ทางที่ดีให้แก่เขาเหล่านั้น
ทำให้คิดว่าความดี ความเมตตา คนเรานั้นสามารถทำได้ทุกเวลา ทุกขณะจิตที่คิดจะทำ ความดี ไม่มีวันตาย ไม่มีวันหมดอายุ
ดังนั้นถ้าเราคิดว่า การทำความดีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันให้เขามีชีวิตอยู่รอดปลอดภัยในทางที่ถูกที่ควรแล้ว ย่อมถือว่าเราไม่ได้แค่ทำความดีเพื่อตนเอง แต่เราทำความดีเพื่อสังคม และประเทศชาติ

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2552

สัจธรรมแห่งชีวิต

คนเราเกิดมาคงหนีไม่พ้นความตายไปได้ และก็ต้องมาเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฎนี้อีก จากภพหนึ่ง ไปยังอีกภพหนึ่งโดยมีบุญ บาปเป็นเครื่องนำทางไปชีวิตคนเราไม่มีอะไรแน่นอนเราไม่สามารถจะรู้ว่าวันไหนเวลาไหนจะมาถึงชีวิตเรา แต่สิ่งที่เรารู้ตัวดีคือวันนี้เราทำความดีอะไรบ้างเผื่อว่าวันพรุ่งนี้อาจจะสายไป
สัจธรรมที่แท้จริงของชีวิตก็คือ “ ๔ คนหาม ๓ คนแห่ ๑ คนนั่ง ๒ คนตาม หมายความว่า
๔คนหาม ก็คือสภาวะของความเป็นมนุษย์ได้แก่ การเกิด การแก่ การเจ็บ การตาย
๓ คนแห่ ก็คือความจริงแห่งพระไตรลักษณ์ คืออนิจจัง ความไม่เที่ยง ทุกขัง ความทุกข์ อนัตตา ความว่างเปล่าไม่มีตัวตน
๑ คนนั่ง ก็คือตัวเรา
๒ คนตาม ก็คือบุญ บาป
ณวันนี้เราทำอะไรที่เป็นความดี เป็นบุญ เป็นกุศลแล้วหรือยัง เพราะคงไม่มีอะไรจะติดตามเราไปได้ทุกที่ นอกจากบุญ บาป

วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ความรักหรือความหลง

อยากจะถามท่านทั้งหลายว่า”ความรักคืออะไร” หลายคนคงตอบว่า ความรักก็คือความสุขที่ได้รักแต่ความสุขในความรักนั้นก็คือความทุกข์ที่ซ่อนเร้นในอารมณ์ของตนเอง แบบร้อนแรงในอารมณ์ของความหึงหวง การโกรธงอนกัน การพลัดพราก หรือการแสดงความเป็นเจ้าของมากเกินไปจนเกิดความทุกข์มากกว่าความสุข
ความรักที่ดี นอกจากจะให้ความสุขทางใจแล้ว ควรจะเป็นยาบำรุงหัวใจ หรือกำลังใจให้มีพลังทำสิ่งที่ดีๆ เพื่อตัวเราเองและคนที่เรารักพร้อมทั้งคนอื่นๆด้วย เราควรจะนำความรักมาใช้ในทางที่ถูกต้อง
ไม่นำความหลงมาเหนือความรักทำให้หลงใหล บ้าคลั่ง หรือรักแบบผิดๆ
ความผิดหวัง หรือความไม่เข้าใจกันในความรัก มักจะทำให้คนเราขาดสติ หลงทาง ไม่เพียงแต่จะทำร้ายตัวเราเอง แต่ยังทำร้ายคนรอบข้างที่รักเราด้วยความบริสุทธิ์ใจ คือพ่อ แม่ ญาติพี่น้อง ที่ต้องเสียใจไปกับการกระทำที่โง่เขลา ขาดสติอย่างมากมาย
เราควรเอาชนะความหลงในรักด้วยสติ ปัญญาการใช้สติพิจารณาและ รู้จักไตร่ตรองว่า ความรักคืออะไร รักเพราะอะไร และใครคือคนที่เรารักและเราควรจะรักใครมากที่สุด.

วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ปัญหาเด็กและเยาวชน

ปัญหาเด็กและเยาวชนที่เกิดขึ้นมากมายในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นเรื่องยาเสพติด เพศ ปืน ลักขโมย การทะเลาะวิวาท การฆ่าฯลฯ
ทำไมเด็กเหล่านี้เมื่อเขาเติบโตขึ้นมามักจะต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสิ่งที่ดี และไม่มี ถ้าหากเรามองในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมักจะมองว่าเด็กเหล่านี้มักจะสร้างปัญหา ให้แก่สังคมแต่ถ้าหากเราเจาะให้ลงลึกไปแล้วจะพบว่า สิ่งที่ห่อหุ้มตัวเด็กอีกทีก็คือครอบครัว และสิ่งที่ห่อหุ้มครอบครัวก็คือ ชุมชน หรือ สิ่งแวดล้อมนั่นเอง
ปัญหาของเด็กและเยาวชนส่วนใหญ่นั้นมาจากครอบครัวที่ไม่รักกันของพ่อ แม่ ที่แยกทางกันแล้วทิ้งให้เด็กอยู่กับญาติฯลฯมักจะก่อให้เกิดปัญหาทางจิตใจเช่น
๑ การขาดความรัก โดยโหยหาความรักอาจจะแสดงออกการเรียกร้องความสนใจ การก้าวร้าวเป็นต้น
๒ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง เชื่อคนง่าย โดยไม่คิดว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับตนเองในวันข้างหน้า ชอบโกหก ชอบลักขโมย ขี้เกรียจ ใช้เงินเปลือง
๓มีอารมณ์รุนแรงในเวลาโกรธ
๔ ชอบวิตกกังวล น้อยใจ
สิ่งที่ควรแก้ไข
๑ควรให้เด็กรู้จักเป้าหมายของชีวิต ให้รู้จักคิดและค้นหาความต้องการของตนเองในอนาคต โดยให้เด็กรู้จักคิดเองโดยมีผู้ปกครองคอยชี้แนะหรือแนะนำแนวทาง
๒ให้มีความศรัทธาในความรักตัวเองและผู้อื่นในครอบครัวและสังคม
๓เสริมสร้างบุคคลิกภาพให้มีความเชื่อมั่นในตนเองให้เด็กสามารถพูดคุยปัญหาตนเองต่อพ่อ แม่หรือบุคคลในครอบครัวสร้างให้เขามีความภาคภูมิใจ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลภายนอก
๔การให้ลูกรู้จักแยกแยะในสิ่งที่ถูกและผิด
ครอบครัวเป็นสิ่งที่มีความสำคัญในการแก้ปัญหาดังนั้นการเข้าใจกัน การให้อภัยกัน และการแก้ปัญหาในทางบวกย่อมดีกว่าการแก้ปัญหาโดยใช้อารมณ์

วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เดินไปข้างหน้า

คนเราเวลาเดินทางก็ต้องมองไปข้างหน้ากันทุกคน คงไม่มีใครจะเดินถอยหลังแล้วไปถึงจุดหมายเพราะ การเดินถอยหลังมีแต่จะเจ็บตัว
อดีตที่มีทั้งสุข และทุกข์ คนเราเกิดมาก็ต้องมีอดีตกันทุกคนคงไม่มีใครไม่เคยทำผิดหรอก แต่ถ้าหากเราเอาอดีตที่เป็นของเรา หรือ บุคคลรอบข้างที่ประสบเจอมาเป็นบทเรียนให้วิเคราะห์ทบทวนการกระทำ เพื่อเป็นแนวทางการวางแผนในอนาคตได้อย่างระมัดระวัง
ดังมีคำกล่าวไว้ให้ได้ยินอยู่เสมอฯว่า
ชีวิต คือ การต่อสู้
ศัตรู คือ ยากำลัง
อุปสรรค คือ ความสำเร็จ
เพราะบทเรียนที่ผ่านมาเปรียบเสมอครูที่สอนเราให้ไม่พลาดอีก คนที่ฉลาดมักจะเอาอดีต มาเป็นครูเพื่อจะไม่ให้กลับไปทำซ้ำอีก เพราะความรู้สึกเสียใจและทุกข์ที่เกิดจากเหตุทั้งหลายนั้น คนที่เสียใจมากที่สุดคือตัวเราเอง และบุคคลรอบข้างที่รักและห่วงใยเรา
ดังนั้นจงอย่างเสียเวลาเอาอดีตมาตอกย้ำตัวเองเพราะการคิดวนเวียนอยู่แบบเดิมฯมีแต่จะสร้างความเจ็บปวด
จงคิดให้ดีเถอะนะว่า อยากจะเดินไปข้างหน้า หรืออยากจะเดินถอยหลัง ชีวิตเป็นของเราฯจึงมีสิทธิเลือก เลือกในสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของเรา

วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2552

พี่คนโต

ความรู้สึกของบุคคลที่เป็นพ่อ แม่ เมื่อรับรู้ว่ากำลังจะมีลูกคนแรกในความรู้สึกคงจะตื่นเต้นมาก แต่ต่อมาอีกไม่นานคุณแม่ก็มีน้องใหม่ซึ่งอายุไม่ห่างกันมากแต่ก็คงดีใจไม่แตกต่างกันกับลูกคนโต แต่คุณพ่อ คุณแม่อาจจะไม่รู้ว่าหัวใจดวงน้อยฯของคนที่เป็นพี่กำลังจะประสบปัญหาทางจิตใจคือความอิจฉาน้องบ้าง ถึงแม้คุณแม่จะเตรียมตัวมาอย่างดีก็อาจจะมีบ้างในความรู้สึกเกิดอาการน้อยใจและอิจฉาน้อง
เพราะเมื่อคุณแม่มีน้องใหม่ที่ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้จึงต้องแบ่งเวลาออกไปเพื่อดูแลน้องเพราะคิดว่าลูกคนแรกเขาโตพอที่จะรับรู้และช่วยเหลือตนเองได้บ้างแล้ว แต่ในทางตรงกันข้ามเขาอาจจะกลายเป็นเด็กงอแงยิ่งเสียกว่าน้องได้ เนื่องจากลูกคนโตมีความรู้สึกว่าความรัก การดูแลเอาใจใส่ถูกแบ่งปันออกไปให้น้อง และบุคคลรอบข้างอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่อาจจะทำให้เขาน้อยใจหรือมีความรู้สึกเกิดความอิจฉาขึ้นมาทันที
ดังนั้น สิ่งที่คุณพ่อ คุณแม่ต้องระมัดระวังในคำพูด กริยาท่าทางควรจะสนใจจิตใจของลูกทุกฯคนไม่ว่าจะเป็นคนที่เท่าใดก็ตามควรจะพูดคุยกับลูก ให้ลูกได้มีส่วนร่วมในการเลี้ยงน้อง และพยายามให้ลูกได้มีบทบาท หรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมการสนทนาเช่น เมื่อมีการถามถึงน้องหรือใครช่วยดูแลน้องคุณแม่ก็ควรให้คนที่เป็นพี่ได้มีบทบาทเช่นบอกว่า ช่วยกันดูแล พี่เขาช่วยหยิบขวดนมให้น้อง ห่มผ้าให้น้อง ซึ่งคำพูดหรือการบอกเล่าถึงความสำคัญของคนที่เป็นพี่เขาจะมีความรู้สึกภูมิใจ และมีความรู้สึกว่าเขาได้มีความสำคัญในการดูแลน้อง ความห่วงใย ความผูกพันก็จะเพิ่มมากขึ้น เพื่อมิให้เขารู้สึกน้อยใจ หรือคิดว่าตนเองสูญเสียความรักไป เพราะรากฐานของเด็กก็คือครอบครัวนั่นเอง ที่จะนำพาให้ชีวิต และอนาคตของเขาจะก้าวไปข้างหน้า หรือถอยหลังนั่นเอง.