วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2552

พี่คนโต

ความรู้สึกของบุคคลที่เป็นพ่อ แม่ เมื่อรับรู้ว่ากำลังจะมีลูกคนแรกในความรู้สึกคงจะตื่นเต้นมาก แต่ต่อมาอีกไม่นานคุณแม่ก็มีน้องใหม่ซึ่งอายุไม่ห่างกันมากแต่ก็คงดีใจไม่แตกต่างกันกับลูกคนโต แต่คุณพ่อ คุณแม่อาจจะไม่รู้ว่าหัวใจดวงน้อยฯของคนที่เป็นพี่กำลังจะประสบปัญหาทางจิตใจคือความอิจฉาน้องบ้าง ถึงแม้คุณแม่จะเตรียมตัวมาอย่างดีก็อาจจะมีบ้างในความรู้สึกเกิดอาการน้อยใจและอิจฉาน้อง
เพราะเมื่อคุณแม่มีน้องใหม่ที่ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้จึงต้องแบ่งเวลาออกไปเพื่อดูแลน้องเพราะคิดว่าลูกคนแรกเขาโตพอที่จะรับรู้และช่วยเหลือตนเองได้บ้างแล้ว แต่ในทางตรงกันข้ามเขาอาจจะกลายเป็นเด็กงอแงยิ่งเสียกว่าน้องได้ เนื่องจากลูกคนโตมีความรู้สึกว่าความรัก การดูแลเอาใจใส่ถูกแบ่งปันออกไปให้น้อง และบุคคลรอบข้างอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่อาจจะทำให้เขาน้อยใจหรือมีความรู้สึกเกิดความอิจฉาขึ้นมาทันที
ดังนั้น สิ่งที่คุณพ่อ คุณแม่ต้องระมัดระวังในคำพูด กริยาท่าทางควรจะสนใจจิตใจของลูกทุกฯคนไม่ว่าจะเป็นคนที่เท่าใดก็ตามควรจะพูดคุยกับลูก ให้ลูกได้มีส่วนร่วมในการเลี้ยงน้อง และพยายามให้ลูกได้มีบทบาท หรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมการสนทนาเช่น เมื่อมีการถามถึงน้องหรือใครช่วยดูแลน้องคุณแม่ก็ควรให้คนที่เป็นพี่ได้มีบทบาทเช่นบอกว่า ช่วยกันดูแล พี่เขาช่วยหยิบขวดนมให้น้อง ห่มผ้าให้น้อง ซึ่งคำพูดหรือการบอกเล่าถึงความสำคัญของคนที่เป็นพี่เขาจะมีความรู้สึกภูมิใจ และมีความรู้สึกว่าเขาได้มีความสำคัญในการดูแลน้อง ความห่วงใย ความผูกพันก็จะเพิ่มมากขึ้น เพื่อมิให้เขารู้สึกน้อยใจ หรือคิดว่าตนเองสูญเสียความรักไป เพราะรากฐานของเด็กก็คือครอบครัวนั่นเอง ที่จะนำพาให้ชีวิต และอนาคตของเขาจะก้าวไปข้างหน้า หรือถอยหลังนั่นเอง.

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

แล้วมันจะผ่านพ้นไปเช่นกัน

บางครั้งข้อเตือนใจ หรือคำสอนที่มีคุณค่ามักจะมีผลต่อจิตใจของเรา ในเวลาบางครั้งที่อยู่ในระหว่างเวลาซึมเศร้าซึ่งในเวลานี้ก็เปรียบสเมือนการหาทางออกในอารมณ์ไม่ได้ ประตูแห่งความนึกคิดอารมณ์แห่งความท้อแท้ได้ถูกปิดลง ดังนั้นมันจึงวนเวียนอยู่ในกรงของความนึกคิดในวงแคบที่หาทางออกไม่ได้
วันหนึ่งได้มีบทความสั้นแห่งหลักธรรมคำสอนของครูบาอาจารย์ท่านได้กล่าวไว้สั้นฯว่า "แล้วมันจะผ่านพ้นไปเช่นกัน"คำกล่าวประโยคนี้หากเราพิจารณาดูให้ดีจะพบว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเมื่อมีเกิดก็ต้องมีดับไม่มีอะไรจะอยู่คงทนตลอดไป หากเราตระหนักถึงสัจธรรมของคำเหล่านี้เวลาจองจำของเราก็จะสิ้นสุดลงคุกแห่งอารมณ์ก็จะหลุดพ้นไปเช่นกัน เมื่อเรามีชีวิตใหม่ก็ขอให้เราตรึงตรองในข้อความนี้ไว้เสมอเป็นข้อเตือนใจทุกเวลา ทุกขณะจิตไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานะการณ์ใดก็ตามไม่ว่าสุข ทุกข์ หรือท้อแท้ฯลฯ ก็ขอให้ระลึกไว้เสมอว่า "แล้วมันจะผ่านพ้นไปเช่นกัน" มันไม่นานเกินรอถ้าหากเราคิดต่อสู้ชีวิตและใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท เพราะทุกสิ่งไม่มีอะไรจะอยู่คงที่ตลอดไปมันคงต้องเป็นไปตามวัฎจักรแห่งชีวิตนั่นคือ เมื่อมีเกิดก็ต้องมีดับเป็นธรรมดา

วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

อุปสรรคเป็นเรื่องธรรมดา

อุปสรรคที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม มักจะทำให้เกิดความหดหู่ ท้อแท้หมดหวังเพราะคิดว่าตนเองไม่อาจจะประสบความสำเร็จได้ ในทางมุมกลับถ้าหากเรามองให้เห้นว่าไม่ว่าปัญหา อุปสรรคที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ดี นั่นคือทำให้เรารู้ถึงความข้อดี ข้อเสียในตนเองทำให้เกิดความเข็มแข็ง อดทนยิ่งขึ้น
ไม่ว่าอุปสรรค ปัญหาที่เกิดขึ้น ถ้าหากเราเก็บมาคิด มาเป็นอารมณ์ จะทำให้หมดกำลังใจที่จะต่อสู้ แต่ถ้าหากเรามีจุดมุ่งหมาย เป้าหมายใน ชีวิตเราจะไม่ยอมแพ้ และจะสู้เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายให้ได้
การที่คนเราผ่านพ้นอุปสรรค ปัญหามาได้ ย่อมจะเกิดภูมิคุ้มกันชีวิตและรู้ถึงวิธีแก้ไขถ้าหากเราต้องปประสบพบเจออีก โดยเอาอดีตมาเป็นบทเรียน และพร้อมที่จะแก้ไข โดยที่จะรอบคอบมากขึ้นในปัญหาและรู้จักคิดวิธีป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำอีกได้
อยากจะให้คิดว่าทุกสิ่ง ทุกอย่างเกิดขึ้นอยู่กับจิตใจของเราเอง หากจิตใจเราเข้มแข็งก็ไม่หวาดหวั่นกับปัญหาที่จะพบเจอ และไม่กลัวที่จะเริ่มต้นใหม่ด้วยใจที่ท้าทาย

วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2552

สื่อทางตา

มีคำกล่าวว่าดวงตาเป็นหน้าต่างแห่งหัวใจ ดังนั้นการมองตาย่อมเป็นสื่อที่บ่งบอกความรู้สึกของบุคคลที่เรากำลังพูดคุยด้วยโดยเริ่มต้นค้นหาความรู้สึกจากบุคคลที่ใกล้ตัวก่อนคือภายในครอบครัวของเราเอง ถ้าหากพ่อ แม่ และลูกหันหน้ามาพูดคุยกันย่อมรู้ถึงปัญหาที่ก่อเกิดในใจของแต่ละคนได้เช่นการที่พ่อ แม่รับฟังลูก มองหน้าลูกสิ่งที่ควรกระทำคือการหยุดกิจกรรมที่ทำอยู่และหันมาสนใจและรับฟังในสิ่งที่ลูกพูด โดยใช้สายตามองด้วยความจริงใจ สนใจที่จะรับฟังคำพูดของลูกด้วยความจริงจัง จะทำให้เกิดผลดีแก่ลูกที่กำลังเล่าให้ฟังโดยผู้เล่าจะมีความรู้สึกที่ดีอบอุ่น และมีความรู้สึกว่าพ่อแม่เข้าใจ และรับฟัง ลูกจะค่อยฯพูดออกมา แต่อาจะไม่หมด แต่ถ้าหากพ่อ แม่มีความสังเกตุในคำพูด และพยายามมองให้ถึงความคิด ท่าทาง กริยา ของลูกที่พูดคุยด้วยพ่อ แม่จะเข้าใจและคิดหาทางแก้ไขได้ทันทีถ้าหากลูกเกิดมีปัญหาขึ้นมาก่อนที่จะสายเกินไป.

วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

เทวดาผู้พิทักษ์

มีผู้ใหญ่ท่านกล่าวไว้ว่า คนเราเกิดมาทุกคนต้องมีเทวดาประจำตัวกันทุกคน เทวดาองค์นี้จะคอยพิทักษ์ดูแลตั้งแต่เกิดลืมตาดู
โลกไม่ว่าจะเจ็บ จะทุกข์ จะสุขเทวดาองค์นี้จะไม่ห่างกายไปไหนเลย
ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด เทวดาองค์นี้จะดูแลตลอดไปไม่รู้จักเหนื่อยเลยแล้วตัวเราล่ะเคยรู้หรือเปล่าว่าตลอดชีวิตเราที่มีชีวิตดูโลกมาเราเคยมองเห็นหรือเคยดูแลเทวดาของเราหรือเปล่าเคยห่วงใยท่านไหม ถ้าหากยังไม่เคยทำอะไรให้กับท่านละก้อจงเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่หันกลับไปมองดูจะพบสายตาคู่หนึ่งที่มองเราไม่ห่างเลยคือสายตาเทวดาของลูก
ณ วันนี้เรายังมีโอกาสที่จะตอบแทนพระคุณท่านจงทำซะก่อนที่ท่านไม่อยู่ให้เราได้ดูแล แล้วเมื่อถึงเวลานั้นเราก็ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้อีก

วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ความโกรธ

ความโกรธเป็นสภาวะทางอาภรณ์ที่เกิดขึ้นแก่ทุกคนโดยไม่มียกเว้นแม้แต่คนเดียว อารมณ์รุ่นแรงบ้าง ไม่รุนแรงบ้าง ก็ขึ้นกับการมีสติที่รู้เท่าทันกับอารมณ์ที่มากระทบและรู้จักที่ควบคุมอารมณ์ตนเองให้ได้ด้วยสติและปัญญา
ความโกรธนั้น ถ้าเรามองพิจารณาให้ดีจะรู้ว่ามีแต่โทษมากกว่ามีคุณประโยชน์แก่ชีวิตของเรา
ตัวของข้าพเจ้าเองก็ยังมีความโกรธอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นแล้วอารมณ์นี้ไม่มียกเว้น แต่ทุกครั้งเมื่อมีความรู้สึกไม่พอใจก่อนที่จะเป็นอารมณ์โกรธขอให้มองติดตามและเข้าใจอารมณ์โทสะของเราให้ได้อย่าให้จิตมันกำเริบ พยายามรักษาและเยียวยาด้วยสติ และ สัมปรัชญะให้เกิดอาการดับไปอาจจะเร็วบ้าง ช้าบ้างก็แล้วแต่กำลัง สติ ปัญญาที่ฝึกฝนมา
ดังคำกล่าวของพระพุทธองค์ที่ทรงกล้าวไว้ว่า "อักโกเธนะ ชิเน โกธัง" แปลว่าพึงเอาชนะความโกรธ ด้วยความไม่โกรธ
บางคนพออ่านประโยคนี้อาจคิดในใจว่า "ยากที่จะทำได้" แต่อยากจะบอกกับท่านทั้งหลายว่า น่าจะลองทำดูเพราะจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยถ้าหากเราจะเก็บอารมณ์โกรธไว้กับตัวเราเพราะมันจะทำร้ายร่างกายและจิตใจของเราเอง

วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ความจริงในหลักธรรม

พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า การได้เกิดมาเป็นมนุษย์เป็นเรื่องยากลำบาก แม้ได้เกิดมาเป็นคนแล้วทำให้ชีวิตของเราเป็นสิ่งที่มีคุณค่า จงมองหาคุณค่าในตัวเองต้องรักษา ใส่ใจและให้ชีวิตดำเนินไปอย่างมีจุดมุ่งหมายปลายทาง กาลเวลาที่หมุนเวียนเปลี่ยนไป แต่ละวันควรจะให้หมุนเปลี่ยนไปอย่างมีความสำคัญ
การเตรียมความพร้อมในการเรียนรู้ของชีวิตนับตั้งแต่ความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ขอให้ตระหนักอยู่เสมอเพราะช่วงจังหวะของเวลาในชีวิตมีแต่เดินหน้า ไม่มีถอยหลัง เวลาที่เดินผ่านไปนั้นจะสอนเราให้คิดทุกวินาที หากแต่เรามองไม่เห็นความจริงในการเปลี่ยนแปลงของกาลเวลาชีวิตที่หมุนไป จึงไม่มีการเตรียมความพร้อม หากเราเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงแม้วันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรเราก็พร้อมที่จะยอมรับอย่างคนที่รู้เท่าทันตามความเป็นจริง