วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2551

มองให้เห็นเป็นปัจจุบัน

ความคิดที่ชอบคิดไปเรื่อยๆ บางครั้งสิ่งที่คิดก็ยังไม่เกิดขึ้นหรือบางสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วไม่ว่าสุข หรือ ทุกข์ ก็มักจะพอใจที่จะยึดติดอยู่แต่ในความคิดนั้น โดยไม่แยกแยะออกให้เป็น คิดแต่อดีตหรือคิดไปถึงผลในอนาคต ซึ่งอาจจะเป็นจริง หรือไม่จริงก็ได้ จึงทำให้เป็นคนหวาดระแวง วิตกกังวล ขาดความมั่นใจในตนเองแม้แต่ความคิด
การที่ไม่รู้เท่าทันความคิด มักทำให้คนเราขาดสติ ขาดปัญญา ในการแก้ปัญหา
สติ ก่อให้เกิดปัญญา
ปัญญา ก่อให้เกิดความรู้
สติ คือความระลึกได้ในความจริง ความถูกต้อง
ปัญญา คือการรู้เท่าทันในความคิดอันเกิดจากการกระทำด้วยกาย วาจา ใจ
การฝึกตนเองให้มีสติโดยฝึกให้อยู้กับปัจจุบัน ว่าเรากำลังจะทำอะไร คิดอะไร มองให้รู้เท่าทันในความคิดมองให้เห็นเป็นธรรมชาติ ว่ามีการเกิด ก็ต้องมีการดับเป็นของธรรมดา ฝึกตามดูจิตว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ให้รู้ตัวตลอดเวลา ไม่ว่าจะยืน เดิน นั่ง พูด คิดถ้าหากสติเราเผลอก็สามารถกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้ให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน
คนเราต้องมีจุดมุ่งหมายในชีวิต หากเกิดมีความทุกข์ขึ้นมาจิตเราจะไม่เลื่อนลอยไปอย่างไร้จุดหมาย
แต่หากไม่มีจุดมุ่งหมายในชีวิตเมื่อทุกข์ขึ้นมาจะอยู่แต่ในอดีต และไปไกลถึงอนาคตอย่างไม่มีจุดหมายที่แน่นอนเพราะลืมคิดถึงปัจจุบัน
อดีตคือ ครูของชีวิต ปัจจุบันจงทำสิ่งที่มีอยู่ให้ดีเพื่อไปสู่อนาคตอย่างมีจุดมุ่งหมายและความสุขก็จะเกิดขึ้นในใจของเรา

วันพุธที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2551

วันแม่

ใกล้ถึงวันสำคัญอีกแล้วนะสำหรับคำว่าวันแม่ ความจริงแล้วถึงไม่ต้องมีวันนี้ แม่ก็รักลูกอยู่ทุกๆวันตราบเท่าลมหายใจของแม่ยังมีอยู่ แม่รักลูกของแม่ทุกคนและแม่ก็มีความสุขมากที่เห็นลูกๆของแม่ทุกคนเติบโตเป็นคนดี เป็นลูกที่ดีของแม่เสมอมา
ลูกคงรู้นะสังคมในปัจจุบันนี้มีเรื่องต่างๆมากมายทั้งที่ดีและไม่ดี ที่เกิดจากการกระทำด้วย กาย วาจาและใจ ที่ทำให้คุณภาพชีวิตของคนในสังคมตกต่ำลง นั่นคือผลที่เกิดจากภายนอกมากระทบภายในคือจิตใจของเรา จึงทำให้บางครั้งบุคคลในสังคมจึงขาดคุณธรรม ศีลธรรมและจริยธรรม ขาดความรัก ความเมตตา ต่อสังคม จึงทำให้เป็นเหตุไม่มีความสุขเพราะจิตใจที่เร่าร้อน กระวน กระวาย
แม่อยากจะให้ลูกรู้ว่าการรู้เท่าทันอารมณ์ของตนเอง และรู้จักควบคุมอารมณ์ที่กำลังเกิดขึ้น โดยดูอารมณ์ตัวเองอย่างนิ่งๆและติดตามอารมณ์อย่างมีสติ และรู้เท่าทันอารมณ์ของตนเอง จิตใจก็จะผ่อนคลายเยือกเย็นขึ้น มองเห็นเหตุและผลมากขึ้น รู้สึกเห็นอกเห็นใจมากขึ้น ลูกต้องหัดรักผู้อื่นก่อน ก่อนที่จะให้คนอื่นมาให้อะไรเรา ตัวเราต้องรู้จักเป็นผู้ให้ก่อน
แม่อยากบอกว่า ทุกอย่างอยู่ที่ใจ การมีสติ รับรู้เท่าทัน และการควบคุมตนเองได้ก็จะนำพาให้ลูกอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2551

อุทิศส่วนกุศลกับการกรวดน้ำต่างกันอย่างไร

คำว่า อุทิศส่วนกุศล หมายความว่า ผู้จะอุทิศส่วนกุศลนั้นจะต้องทำบุญทำกุศลให้เกิดขึ้นก่อน เมื่อกุศลเกิดขึ้นแล้วจึงอุทิศให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว การอุทิศส่วนกุศลนี้เป็นบุญของผู้กระทำอย่างหนึ่งในบุญกริยาวัตถุ10 ประการ นั่นคือปัตติทานมัย ได้แก่บุญสำเร็จด้วยการให้ส่วนบุญ หรือบุญสำเร็จด้วยการอุทิศส่วนกุศล
สำหรับผู้ล่วงลับไปแล้ว ถ้าอยู่ในฐานะที่รับส่วนบุญได้เมื่อมีผู้อุทิศส่วนกุศลมาให้ ก็จะยินดีปลาบปลื้มใจพร้อมกับกล่าวคำ อนุโมทนาสาธุ ก็จะได้รับผลบุญที่เขาอุทิศมาให้ และเกิดผลบุญที่ได้รับอนุโมทนา
จะเห็นได้ว่า การอุทิศส่วนกุศล ก็เป็นบุญอย่างหนึ่งของผู้กระทำ และการอนุโมทนาส่วนกุศล ก็เป็นบุญอย่างหนึ่งของผู้ที่ได้รับ
ส่วนคำว่า กรวดน้ำ หมายถึง กริยาที่แสดงถึงการนำเอาน้ำมาเทหรือหยดลงในภาชนะที่รองรับ ในขณะที่พระกล่าวคำให้พรว่า ยถาวารีวหา เป็นต้น พร้อมกับกล่าวคำอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ส่วนน้ำที่เรานำมาหยดหรือเทลงในภาชนะนั้น เป็นการช่วยทำให้สมาธิของผู้ที่ต้องการอุทิศส่วนกุศลนั้นดีขี้น ช่วยทำให้จิตใจมั่นคงอยู่ที่น้ำกับภาชนะเท่านั้นเอง
การกรวดน้ำเพื่ออุทิศส่วนกุศล จะใช้น้ำก็ได้ไม่ใช้น้ำก็ได้ เพียงทำบุญให้เกิดแก่ตนเองเสียก่อน เมื่อบุญเกิดกับตนเองตามที่ได้กระทำแล้ว เมื่อจะอุทิศส่วนกุศลก็ขอให้ตั่งใจมุ่งตรงต่อผู้ที่เราจะอุทิศส่วนกุศลให้บุญก็สำเร็จแก่เราเพิ่มขึ้น ผู้ล่วงลับไปแล้วถ้าเขาได้อนุโมทนา เขาก็ได้รับผลบุญจาการอนุโมทนา สาธุ

วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ศีล กับ พุทธโอวาท

บุคคลย่อมพลัดพรากจากสิ่งที่รัก ที่พึ่งพอใจเป็นธรรมดาหลีกเลี่ยงไม่ได้ ชีวิตมีเกิดย่อมมีดับสลายไปเป็นธรรมดา จะปรารถนามิให้เป็นอย่างที่มันควรจะเป็นนั้นย่อมมิอาจพึงหวังได้ทุกสิ่งทุกอย่างต้องไปสู่จุดสลายไปตามธรรมชาติ
พระพุทธองค์ได้ให้พุทธโอวาทก่อนจะปรินิพพานว่า
_ ไม่มีความสุขใดเสมอด้วยความสงบ
_ ความสุขชนิดนี้สามารถหาได้ในตัวเราเอง
_ ตราบใดที่มนุษย์ยังว้าวุ่นแสวงหาความสุขจากที่อื่น เขาจะไม่พบความสุขที่แท้จริงเลย
_ มนุษย์ได้สรรสร้างสิ่งต่างๆขึ้นไว้ เพื่อล่อให้ตัวเองวิ่งตามแต่ก็ตามไม่ทัน
ถ้าหากบุคคลมีศีลเป็นพื้นฐานรองรับ จิตเปรียบเสมือนการทำความสะอาดร่างกายให้สะอาดด้วยการมีศีลเป็นเครื่องขัดเกลาจิตใจให้ปลอดโปร่ง
ศีล เป็นพื้นฐานให้เกิดสมาธิ คือความสงบใจ ศีลเบื้อนต้น(คือศีล 5 ข้อ) เป็นสมาธิที่มีผลมาก อนิสงส์มาก บุคคลที่มีสมาธิย่อมอยู่อย่างสงบไม่ว่าจะมีแรงกระทบมาให้สะเทือนจิตก็ไม่กระวนกระวายจะรู้เท่าทันต่อกิเลสที่มากระทบได้ สมาธินี้ย่อมก่อให้เกิดปัญญา
การได้เกิดมาเป็นคนและดำรงตนให้เป็นมนุษย์ที่ประเสริฐได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ยากนักที่จะปฎิบัติ เพราะทุกอย่างอยู่ที่จิต จิตที่ผ่องใสอยู่ปกติ จิตที่ฟอกให้สะอาดด้วยศีล สมาธิ ปัญญาย่อมหลุดพ้นจาก
อาสวะทั้งปวง

วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

บ้านของเรา

ความสุขนั้นอยู่ไม่ไกลจากตัวเราเลย ถ้าหากเรารู้จักและนำมาใช้ให้ถูกต้องโดยไม่มองข้ามไป
เวลาที่คนเราหิวก็ จะหาอาหารมาประทังชีวิต และความหิวก็หายไป
เวลาที่เราเหนื่อยก็จะนั่งพัก หรือหยุดพักให้หายเหนื่อยและลุกขึ้นเพื่อต่อสู้ต่อไป
เวลาที่เราท้อแท้ก็จะหากำลังใจเพื่อจะเป็นแรงบันดาลใจให้ก้าวต่อไปอย่างมีจุดมุ่งหมายในชีวิต
ลูกๆรู้หรือไม่ว่าคำว่า กำลังใจ นั้นก็คือตัวกระตุ้นให้มีความมุมานะ ฟันฝ่าอุปสรรคที่มีทั้งหลาย ทั้งปวงที่จะพาเราไปสู่จุดมุ่งหมายในชีวิตลูกๆต้องหาเป้าหมายในชีวิตให้พบ เพื่อจะได้เป็นเส้นทางพาลูกไปสู่หลักชัยของชีวิต
แต่ลูกจะนึกออกหรือไม่ว่ายังมีอีกสถานที่หนึ่งที่รอคอย และ ให้กำลังใจลูกตลอดเวลาไม่ว่าลูกจะอยู่ที่ไหน ทำอะไรและเป็นอย่างไร สถานที่นั้น บุคคลนั้นไม่เคยต้องการผลตอบแทนอะไรจากลูกเลย เพียงแต่ขอให้ลูกเข้าใจและมองเห็นนั่นคือ ความรัก ความห่วงใย ความปรารถดี ที่รอคอยลูกอยู่บ้านของเรายังไงลูก ที่พ่อ แม่ยังอยู่เพื่อรอคอย
ลูกคงไม่ปฎิเสธนะว่า เราทุกคนในบ้านมีความหมายต่อลูกมากแค่ไหน ถึงแม้ว่าภายในบ้านจะมีปัญหา ความวุ่นวายความไม่เข้าใจกัน แต่ถ้าหากลูกมองลงไปให้ลึกๆจะรู้ว่าในความขัดแย้งนั้นแอบแฝงไปด้วยความรัก ความหวังดี และความเป็นห่วง ที่ทุกคนมีให้แก่ลูกอาจจะเป็นเพราะวัยที่แตกต่าง จึงทำให้ไม่เข้าใจกัน
ชีวิตของลูกกำเนิดมาจากความรักและบ้านก็เป็นที่ห่อหุ้มลูกให้ปลอดภัย ดูแลลูกให้เติบโตและมีชิวิตอยู่รอดได้ ก็เพราะบ้านที่แหละลูก กลับบ้านเถอะลูกกลับมาช่วยกันดูแลและปรับปรุ่งบ้านของเรากันใหม่นะ
เราต่างฝ่ายผ่านความรู้สึกที่ดี และ ไม่ดีมาก็มากแล้วล้วนเกิดขึ้นมมาจากจิตใจของเราเองทั้งสิ้น บ้านไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่โตเพียงใด เราก็สามารถทำให้มีความสุข หรือความทุกข์ได้ด้วยใจของเราเอง
มาเริ่มต้นกันใหม่เริ่มที่จิตใจของเราเอง เอาใจกลับบ้านมาดูแลกันและกัน ปัญหาทุกอย่างมีทางออกหากเปิดใจและยอมรับในสิ่งที่ผ่านมาเปิดใจที่จะให้อภัยกัน เรื่องร้ายๆก็จะผ่านพ้นไปเริ่มต้นชีวิตอย่างมีสติ
เราทุกคนให้กำลังใจลูก และรอคอยการเริ่มต้นใหม่อย่างมีสติของลูกเสมอ

วันศุกร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

กำลังใจ

ดิฉันได้อ่านบทความจากนิตยสารฉบับหนึ่ง(ขอไม่เอ่ยชื่อนิตยสารนะคะ) มีความประทับใจในคำบอกเล่าเกี่ยวกับชีวิตของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง พร้อมทั้งการนำพาชีวิตของตนเองไปสู่จุดมุ่งหมายที่ดี การที่ดิฉันนำมาบอกเล่าให้ท่านทั้งหลายได้อ่านนั้นเพื่อจะให้เห็นว่า ความทุกข์นั้นถึงแม้จะเกิดขึ้นมาแล้วถ้าหากเราสามารถจะดับทุกข์ให้ถูกวิธีก็จะไม่เป็นการซ้ำเติมชีวิตของเรา
เด็กหนุ่มผู้นี้ได้เล่าว่า จากที่เศรษฐกิจตกต่ำลงครอบครัวของเขาประสบปัญหาในครอบครัว จากสุข ก็มีทุกข์
จากมีเงิน ก็หมดเงิน พ่อ แม่ทะเลาะกันทุกวัน เนื่องจากรายได้ไม่พอกับรายจ่าย และลูกฯยังต้องเรียนหนังสือค่าใช้จ่ายประดังเข้ามามากมายเหลือเกิน เขาเคยท้อแท้กับชีวิตคิดจะหางานทำเพื่อช่วยเหลือครอบครัวแต่เขาก็ได้กำลังใจจาก พ่อ แม่ให้เขาตั้งใจเรียนหนังสือ สู้ เพื่ออนาคต และจุดมุ่งหมายในชีวิตบางครั้งถึงจะท้อแท้ แต่ก็ไม่หมดกำลังใจ พยายามสู้ โดยตั้งใจเรียนหนังสือ ไม่คิดทำร้ายตัวเอง เลือกและคิดก่อนทำเสมอ เพื่อครอบครัวที่รักเราไม่ให้บอบช้ำลงไปกว่านี้อีก
และวันนั้นก็มาถึง เขาสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยและได้เรียนในคณะที่เขาหวังไว้เพื่อสักวันเมื่อเรียนจบเขาจะได้ช่วยเหลือครอบครัวไม่ให้ลำบากอีกต่อไป
ขอให้เรามีกำลังใจ มีจุดมุ่งหมายในชีวิต รู้ และเข้าใจตัวเองว่าต้องการอะไรให้ชัดเจน เพื่อที่ก้าวไปให้ถึงจุดมุ่งหมายที่รออยู่ข้างหน้า.

วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

เสียงเรียกของวัยรุ่น

ทำไมไม่มีใครเข้าใจผมเลย
เบื่อ บ่นอยู่ได้
พ่อ แม่ ไม่มีเหตุผลและ ไม่เข้าใจหนูเลย
มีอีกมากมายหลายประโยคของเด็กที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่นที่พวกเขาต้องการมากในประโยคคำถามที่เกิดขึ้นบ่อยๆก็คือการยอมรับในตัวเขาเอง แต่ผู้ใหญ่ไม่อาจเข้าใจในเสียงของพวกเขาได้ เพราะมัวมองแต่เหตุผล การได้เสียในพฤติกรรม ผู้ใหญ่มองไกลแต่เด็กๆจะมุมมองสั้น และแคบกว่า เมื่อลูกเข้าสู่วัยรุ่นนั้น ถ้าหากเราสังเกตุเห็นจะพบว่าลูกหลานของเรา เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกาย และ จิตใจจะพบเห็นได้บ่อยๆก็คือ
1 เริ่มจะโทรศัพท์หาเพื่อนๆคุยนาน และทุกครั้งที่มีปัญหา
2 ชอบปิดประตูขลุกอยู่แต่ในห้อง หรือไม่ก็ชอบออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆนอกบ้าน
3 ชอบอิสระในความคิด และกล้าแสดงออก
4 มีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น
5 ชอบเล่นเกม และอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ
6 ไม่ชอบมาคลอเคลียกับพ่อ แม่ เหมือนก่อน
ความจริงแล้วเป็นเพียงพฤติกรรมของเด็กที่กำลังก้าวสู่วัยรุ่น ซึ่งเป็นวัยที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างความเป็นเด็กและความเป็นผู้ใหญ่ เป็นวัยที่ต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นมากมายภายใน ร่างกาย จิตใจ และสมองความนึกคิดต่างๆ
ในช่วงแต่ละวัยของวัยรุ่น พ่อแม่ ญาติต้องเข้าใจและคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะเด็กจะเกิดความไม่เป็นระเบียบในความคิด มีลักษณะว้าวุ่น และตัดสินไม่เหมาะสม หากวัยรุ่นไม่ได้รับการแนะนำหรือการสนับสนุนให้การเรียนรู้ในการตัดสินใจและแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม เมื่อเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ความสามารถในการตัดสินใจก็จะลดน้อยลง
เริ่มอยากจะทดลองในสิ่งใหม่ เช่น เพศ ดื่มสุรา ยาเสพติด พฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ เช่นการขับรถซิ่ง การพนัน เมื่อไม่มีการชี้แนะในทางที่ถูกต้องเขาก็จะเพิ่มพูนความคึกคะนอง ในทางที่ผิดก็จะส่งผลให้เกิดโทษต่อตนเอง และผู้อื่น และมี่ผลไปถึงวัยผู้ใหญ่
วัยรุ่นอยากได้การยอมรับ เห็นคุณค่า และเพื่อน
พ่อ แม่ และญาติคือบุคคลสำคัญที่จะช่วยให้ลูกหลานวัยรุ่น สามารผ่านเวลาที่สับสนว้าวุ่นไปได้แต่ก่อนอื่น บุคคลรอบตัวเองทำความเข้าใจก่อนว่า เด็กๆมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับร่างกาย และ จิตใจของวัยรุ่น จริงๆเขาไม่ใช่เด็กเล็กๆที่ปีก่อนยังเชื่อฟังเราทุกอย่างอีกต่อไปแล้ว
ถ้า พ่อ แม่ไม่เข้าใจในเรื่องนี้ ก็จะเกิดปัญหาในครอบครัว และ ความเครียด เพราะคิดเอาว่าลูกไม่เป็นดังหวัง และใช้วิธีต่างๆนานา กดดันลูกเหมือนเขายังเป็นเด็ก
วัยรุ่นจะมีความรู้สึกทางอารมณ์ไวเป็นพิเศษ ควรสนับสนุนในทิศทางที่เขาชอบแต่ต้องสอดแทรกเหตุผลในทิศทางนั้นด้วย ถ้าหากต้องการเปลี่ยนไม่ควรสร้างความกดดัน ดูถูก ด่าทอ เพราะจะทำให้เขาปฏิเสธการเรียนรู้
จิตใจเป็นสิ่งที่สำคัญมาก การสื่อสารกับวัยรุ่น ต้องอยู่บนพื้นฐานของการยอมรับและให้คุณค่ากับตัวเขารับฟังเขาให้มากขึ้น พูดคุยกันอย่างราบรื่น แม้เขาจะเถียงทำท่าไม่รับฟัง แต่เมื่อผู้ใหญ่ฟังเขาพูดเขาก็จะหันมาฟังและเกิดการเรียนรู้ การเข้าอกเข้าใจจึงเป็นปัจจัยที่จะช่วยส่งเสริมวัยรุ่นได้เรียนรู้อย่างถูกต้อง และเติบโตอย่างเหมาะสม.