<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339</id><updated>2011-07-08T03:11:32.471-07:00</updated><category term='ความรักหรือความหลง'/><category term='วันแม่'/><category term='สติ  ปัญญา'/><category term='ภูมิคู้มกันในบ้าน'/><category term='มองให้เห็นเป็นปัจจุบัน'/><category term='ความดี ความชั่ว'/><category term='ความโกรธ'/><category term='ความเข้าใจ'/><category term='บ้านของเรา'/><category term='เงาแห่งความทุกข์และความสุข'/><category term='ปัญหาเด็กและเยาวชน'/><category term='ใบไม้'/><category term='อดีตที่ผ่านไปควรทำปัจจุบันให้ดีที่สุด'/><category term='ความจริงในหลักธรรม'/><category term='ความเมตตา'/><category term='สติ    ปัญญา'/><category term='ไฟ'/><category term='พี่คนโต'/><category term='เด็กๆกับการเรียนรู้'/><category term='คนดีของแม่'/><category term='เดินไปข้างหน้า'/><category term='อุปสรรคเป็นเรื่องธรรมดา'/><category term='ตายแล้วไปไหน'/><category term='เทวดาผู้พิทักษ์'/><category term='วัยรุ่นกับจริยธรรม'/><category term='แล้วมันจะผ่านพ้นไปเช่นกัน'/><category term='กำลังใจกับการเริ่มต้นใหม่'/><category term='กำลังใจ'/><category term='สัจธรรมแห่งชีวิต'/><category term='สื่อทางตา'/><category term='บุญ  บารมี'/><category term='บทบาทของชีวิต'/><category term='การอุทิศส่วนกุศลกับการกรวดน้ำ'/><category term='ความทุกข์มีกี่แบบ'/><category term='ปิดประตูอดีต'/><title type='text'>บันทึกที่น่าสนใจ</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>37</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-6733874411852189717</id><published>2010-05-03T06:07:00.000-07:00</published><updated>2010-05-03T06:36:32.206-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความทุกข์มีกี่แบบ'/><title type='text'>ความทุกข์มีกี่แบบ</title><content type='html'>ถ้าหากเราพูดถึงความทุกข์ มักจะนึกถึงสิ่งที่มากระทบต่อความรู้สึกให้ไม่มีความสุขทั้งกายและใจ บางคนก็หาทางออกได้แต่บางคนก็หาทางออกไม่ได้  ความทุกข์นั้นมีอยู่ ๒ แบบ  คือ ความทุกข์ที่อยู่ในใจ  กับ  ความทุกข์ที่ปรากฎในใจ ความทุกข์ทั้ง ๒ แบบหากมองแบบไม่วิเคราะห์ก็จะคิดว่าไม่เห็นแตกต่างกันในความเป็นจริงแล้วไม่เหมือนกันเลย&lt;br /&gt;        ความทุกข์ที่อยู่ในใจ เมื่อเกิดขึ้นแล้วเหมือนพายเรืออยู่ในอ่างวนไปวนมาหาทางออกไม่ได้ขาดทั้งสติ ขาดทั้งปัญญาในการแก้ไข&lt;br /&gt;        ความทุกข์ที่ปรากฎในใจ เมื่อเหตุแห่งทุกข์ปรากฎขึ้นมาแทนที่จะจมลงอยู่ในทุกข์นั้นกับหันมามองในต้นเหตุแห่งทุกข์เพื่อที่จะแก้ใขให้หรือหาทางออกให้กับปัญหาที่อยู่ในใจด้วยสติ  และ ปัญญา&lt;br /&gt;  ดังนั้น เมื่อเรามีความทุกข์เกิดขึ้นมา  เราควรจะเก็บความทุกข์ไว้กับตัวเราแบบไหนขอให้จงพิจารณาดูให้ดีด้วยสติ และปัญญา&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-6733874411852189717?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/6733874411852189717/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=6733874411852189717' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/6733874411852189717'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/6733874411852189717'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2010/05/blog-post.html' title='ความทุกข์มีกี่แบบ'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-8174567414728919655</id><published>2009-10-05T07:04:00.000-07:00</published><updated>2009-10-05T07:07:17.543-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บทบาทของชีวิต'/><title type='text'>บทบาทของชีวิต</title><content type='html'>เราเคยเห็นข่าวในโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และสื่อต่างฯมากมายในคดีที่ทำร้ายร่างกาย ที่เรียกว่าเป็นคดีอาชญากรรมมากมายนักในแต่ละวันในคดีที่เป็นเด็ก และเยาวชนก็ไม่ใช่น้อยกว่าคดีผู้ใหญ่ซึ่งเป็นพื้นฐานในการกระทำผิดที่จะต่อยอดไปถึงอนาคตซึ่งน่ากลัวอยู่มากการกระทำดังกล่าวสืบเนื่องมาจาก &lt;br /&gt; บางคนไม่มีความรู้สึกต่อการกระทำ&lt;br /&gt; บางคนคิดว่าเป็นความสะใจของตนเอง&lt;br /&gt; บางคนคิดว่าเป็นเรื่องศักดิ์ศรี&lt;br /&gt; บางคนคิดว่าการจะเป็นใหญ่ให้เป็นที่ยอมรับในกลุ่มของตนต้องแสดงพลังความเป็นนักเลงออกมาให้คนเกิดความกลัวและพร้อมที่จะยอมรับ&lt;br /&gt; บางคนก็คิดว่าเป็นเกมชีวิต&lt;br /&gt; บางคนก็ทำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ฯลฯ&lt;br /&gt;แต่เราทุกคนก็ล้วนมีบทบาทการแสดงกันทุกคนแล้วแต่จะเลือกบทบาทไหนที่ตนเองชื่นชอบ โดยไม่แยกแยะ คิดว่าตนเองกำลังมีความสุขอยู่ในบทบาทการแสดงนั้น โดยหลงลืมไปว่าเราทุกคนเกิดมาในฐานะเป็นมนุษย์ล้วนจะต้องสร้างบทบาทหรือเลือกจะเล่นบทชีวิตไหนก็ตามเราก็ไม่สามารถจะหลีกหนีกฎ และกฎแห่งกรรมไปได้ ซึ่งจะต้องประกอบไปด้วย กฎ กติกา ระเบียบ มารยาท ในความเป็นจริง นั่นก็คือ กฎแห่งกรรม กฎแห่งวัฎจักร กฎแห่งความไม่เที่ยงแท้แน่นอนอันได้แก่&lt;br /&gt; ๑ เราทำกรรมใดไว้กรรมนั้นก็เป็นของตนไม่ว่า จะกรรมดี หรือ กรรมชั่ว&lt;br /&gt; ๒ เราทุกคนย่อมไม่หลุดพ้นแห่งความตายได้&lt;br /&gt; ๓ เราทุกคนย่อมจะต้องประสบทั้งสุข และทุกข์อันเป็นกฎแห่งธรรมของชีวิต&lt;br /&gt; ๔กฎแห่งความไม่เที่ยงแท้แน่นอนคือการเกิด แก่ เจ็บ ตาย&lt;br /&gt; นอกจากเราจะต้องพบกับกฎแห่งสังคมคือ กฎหมาย และกฎแห่งธรรมแล้ว หากเรารู้เท่าทันในกติกาเหล่านั้น เราก็สามารถจะเลือกหาชีวิตที่ดีได้โดยเลือกบทบาทที่ดีแสดง และพัฒนาการแสดงให้เป็นมืออาชีพและประสบความสำเร็จในการแสดงได้.&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-8174567414728919655?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/8174567414728919655/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=8174567414728919655' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/8174567414728919655'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/8174567414728919655'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2009/10/blog-post.html' title='บทบาทของชีวิต'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-9162920155411985878</id><published>2009-09-09T07:27:00.000-07:00</published><updated>2009-09-09T07:29:59.042-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ปิดประตูอดีต'/><title type='text'>ปิดประตูอดีต</title><content type='html'>เมื่อเราเปิดประตูบ้านเข้าไปถ้าหากพบว่าบ้านนั้นสวยงาม สะอาดก็อยากเดินเข้าไปเพราะว่าบ้านนั้นคงจะมีความสุข   แต่ถ้าเปิดประตูเข้าไปพบว่าบ้านนั้นไม่สะอาด สกปรก มีฝุ่นละอองมากเราคิดว่าถ้าหากเข้าไปแล้วคงจะไม่มีความสุข และอาจจะทำให้ตัวเราไม่สบายได้&lt;br /&gt; ไม่ว่าความสะอาด ความสกปรก เราสามารถทำความสะอาดได้ เปรียบเหมือนจิตใจของคนเรา  ถ้าหากเรามีความสุข ก็เปรียบได้กับบ้านที่สะอาด  ถ้าหากเรามีความทุกข์ก็เปรียบเหมือนบ้านที่สกปรก ทุกสิ่ง ทุกอย่างอยู่ที่ใจของเราเอง ถ้าหากจิตใจเรามีแต่ความห่อเหี่ยว ท้อแท้ เศร้าซึม ทุกข์ใจ เสียใจ หรือคับแค้นใจ จากที่เคยได้รับมาแต่ในอดีต ในวัยเด็กและเก็บไว้แน่นโดยไม่ยอมปลดปล่อยให้ออกไปจึงเป็นคนที่ไม่เคยมีความสุข&lt;br /&gt; เราอาจจะไม่มีความสุขในอดีต แต่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเอาอดีตมาทำลายตัวเราไม่ให้มีความสุขในปัจจุบัน ความวิตกกังวลความคิดที่เป็นลบ จะคอยบั่นทอนจิตใจและความรู้สึกที่จะนำความทุกข์มาให้ตัวเองล่วงหน้า&lt;br /&gt;เราควรปรับ เปลี่ยนตัวเองให้มีความสุขโดยการคิดที่ดีที่เป็นบวก&lt;br /&gt; ๑ ฝึกการให้ความรู้สึกที่ดีแก่ตนเอง และผู้อื่น โดยยึดหลักการให้อภัยถึงแม้ว่าจะทำได้ยากก็ควรฝึกที่จะให้อภัยเขาและตัวเราควรฝึกบ่อยฯเมื่อมีความรู้สึกเจ็บช้ำในอดีตเกิดขึ้นมา&lt;br /&gt; ๒ไม่วิตกกังวลอะไรล่วงหน้าเมื่อเกิดมีความคิดขึ้นมา จงหยุดคิดสร้างสติให้เกิดเท่าทันในความคิดนั้นจงมองความคิดที่เป็นปัจจุบัน หรือถ้าจะคิดก็ต้องคิดแบบมีเหตุและผล&lt;br /&gt; ๓เลิกตำหนิตนเอง และจงมองตนเองให้มีคุณค่า&lt;br /&gt; ๔ เลิกท้อแท้ และสิ้นหวัง หรือคอยคิดว่าไม่มีความสามารถหรือคิดว่าทำอะไรก็ผิดพลาดตลอด ต้องคิดอยู่เสมอว่าเราต้องทำได้และจะพยายามทำให้ดีที่สุด&lt;br /&gt; “อยากจะให้คิดอยู่เสมอว่า เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงคนอื่นได้แต่เราสามารถเปลี่ยนแปลงและสร้างอนาคตของตัวเราเองได้ด้วยตัวของเราเอง”&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-9162920155411985878?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/9162920155411985878/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=9162920155411985878' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/9162920155411985878'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/9162920155411985878'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2009/09/blog-post_09.html' title='ปิดประตูอดีต'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-2908694119339704226</id><published>2009-09-02T06:41:00.000-07:00</published><updated>2009-09-02T06:43:44.247-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ตายแล้วไปไหน'/><title type='text'>ตายแล้วไปไหน</title><content type='html'>ยังเป็นสิ่งที่มีหลายความคิดเห็น หรือบางท่านก็มาเล่าถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาจาการที่ฟื้นขึ้นมาหลังจากที่หลายคนดิดว่าตายแล้ว แต่ก็ยังเป็นข้อถกเถียงกันมานาน ในด้านศาสนาเราต่างก็อยากจะรู้ว่าเมื่อจิตดับลงแล้วไปไหน จะเป็นไปตามที่ได้ยินได้ฟังกันมาหรือไม่&lt;br /&gt;              แต่พอสรุปได้ว่า มนุษย์เรานั้นเกิดมาเพื่อชดใช้กรรมที่ตนได้เคยกระทำมาแล้วในอดีตที่เราได้เคยสร้างกรรมดีหรือกรรมชั่วไว้อย่างใดบ้าง  เพราะเมื่อเราตายไปแล้วจิตวิญญาณเรายังคงอยู่เพื่อที่จะเสวยสุขหรือทุกข์ตามกรรมที่ได้กระทำเมื่อยังมีชีวิตอยู่&lt;br /&gt; ถ้าหากเราทำกรรมดี คือ ผลบุญที่จะส่งผลให้เราไปเกิดในสุคติ&lt;br /&gt; ถ้าหากทำกรรมชั่ว คือ บาปกรรมก็เป็นผลให้เราไปเกิดในอบายภูมิ  ๔  ภูมิคือ นรก เปรต อสุรกาย  หรือ สัตว์เดรัจฉาน&lt;br /&gt; ดังนั้นเมื่อเรายังมีชีวิตอยู่ควรจะเร่งทำความดี เพื่อที่จะเป็นสเบียงเดินทางสำหรับจิต วิญญาณของเราเมื่อเวลานั้นมาถึง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-2908694119339704226?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/2908694119339704226/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=2908694119339704226' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/2908694119339704226'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/2908694119339704226'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2009/09/blog-post.html' title='ตายแล้วไปไหน'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-6764695530670021260</id><published>2009-08-19T07:40:00.000-07:00</published><updated>2009-08-19T07:43:27.703-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความเมตตา'/><title type='text'>ความเมตตา</title><content type='html'>คนเราเกิดมามีชีวิตเดียว เวลาจากไปบนโลกใบนี้ก็มีชีวิตเดียวอยากจะถามว่าในช่วงตั้งแต่เกิดมา จนถึงเวลาที่ต้องจากไปจากโลกใบนี้นั้น เราเคยทำอะไรบ้างที่มีประโยชน์ที่ทำให้เรามีความรู้สึกสุขใจ ทุกครั้งที่นึกขึ้นมา&lt;br /&gt;                  เคยมีภาพยนตร์ประกอบการโฆษณาที่กล่าวถึงผู้หญิงคนหนึ่งเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แต่เธอไม่กลัวความตาย แต่กลัวที่จะไม่ได้ทำความดีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เธอได้นำเด็กๆที่ขาดความอบอุ่นมาดูแลสอนหนังสือ ให้ความสุข และชี้ทางที่ดีให้แก่เขาเหล่านั้น&lt;br /&gt;     ทำให้คิดว่าความดี  ความเมตตา คนเรานั้นสามารถทำได้ทุกเวลา ทุกขณะจิตที่คิดจะทำ ความดี ไม่มีวันตาย  ไม่มีวันหมดอายุ&lt;br /&gt;     ดังนั้นถ้าเราคิดว่า การทำความดีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันให้เขามีชีวิตอยู่รอดปลอดภัยในทางที่ถูกที่ควรแล้ว ย่อมถือว่าเราไม่ได้แค่ทำความดีเพื่อตนเอง  แต่เราทำความดีเพื่อสังคม และประเทศชาติ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-6764695530670021260?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/6764695530670021260/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=6764695530670021260' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/6764695530670021260'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/6764695530670021260'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2009/08/blog-post_19.html' title='ความเมตตา'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-3899382266731431525</id><published>2009-08-03T06:58:00.000-07:00</published><updated>2009-08-03T07:00:14.558-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สัจธรรมแห่งชีวิต'/><title type='text'>สัจธรรมแห่งชีวิต</title><content type='html'>คนเราเกิดมาคงหนีไม่พ้นความตายไปได้ และก็ต้องมาเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฎนี้อีก จากภพหนึ่ง ไปยังอีกภพหนึ่งโดยมีบุญ  บาปเป็นเครื่องนำทางไปชีวิตคนเราไม่มีอะไรแน่นอนเราไม่สามารถจะรู้ว่าวันไหนเวลาไหนจะมาถึงชีวิตเรา แต่สิ่งที่เรารู้ตัวดีคือวันนี้เราทำความดีอะไรบ้างเผื่อว่าวันพรุ่งนี้อาจจะสายไป&lt;br /&gt;            สัจธรรมที่แท้จริงของชีวิตก็คือ “  ๔ คนหาม  ๓ คนแห่  ๑ คนนั่ง  ๒ คนตาม  หมายความว่า&lt;br /&gt;๔คนหาม  ก็คือสภาวะของความเป็นมนุษย์ได้แก่ การเกิด  การแก่  การเจ็บ  การตาย&lt;br /&gt;๓ คนแห่  ก็คือความจริงแห่งพระไตรลักษณ์ คืออนิจจัง ความไม่เที่ยง   ทุกขัง ความทุกข์  อนัตตา ความว่างเปล่าไม่มีตัวตน&lt;br /&gt;๑ คนนั่ง   ก็คือตัวเรา&lt;br /&gt;๒ คนตาม ก็คือบุญ  บาป&lt;br /&gt;           ณวันนี้เราทำอะไรที่เป็นความดี เป็นบุญ เป็นกุศลแล้วหรือยัง เพราะคงไม่มีอะไรจะติดตามเราไปได้ทุกที่ นอกจากบุญ  บาป&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-3899382266731431525?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/3899382266731431525/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=3899382266731431525' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/3899382266731431525'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/3899382266731431525'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2009/08/blog-post.html' title='สัจธรรมแห่งชีวิต'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-5572674374643319617</id><published>2009-07-17T07:28:00.000-07:00</published><updated>2009-07-17T07:31:43.898-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความรักหรือความหลง'/><title type='text'>ความรักหรือความหลง</title><content type='html'>อยากจะถามท่านทั้งหลายว่า”ความรักคืออะไร” หลายคนคงตอบว่า ความรักก็คือความสุขที่ได้รักแต่ความสุขในความรักนั้นก็คือความทุกข์ที่ซ่อนเร้นในอารมณ์ของตนเอง แบบร้อนแรงในอารมณ์ของความหึงหวง การโกรธงอนกัน การพลัดพราก หรือการแสดงความเป็นเจ้าของมากเกินไปจนเกิดความทุกข์มากกว่าความสุข&lt;br /&gt;          ความรักที่ดี นอกจากจะให้ความสุขทางใจแล้ว ควรจะเป็นยาบำรุงหัวใจ หรือกำลังใจให้มีพลังทำสิ่งที่ดีๆ เพื่อตัวเราเองและคนที่เรารักพร้อมทั้งคนอื่นๆด้วย เราควรจะนำความรักมาใช้ในทางที่ถูกต้อง&lt;br /&gt;ไม่นำความหลงมาเหนือความรักทำให้หลงใหล  บ้าคลั่ง  หรือรักแบบผิดๆ&lt;br /&gt;         ความผิดหวัง หรือความไม่เข้าใจกันในความรัก มักจะทำให้คนเราขาดสติ  หลงทาง ไม่เพียงแต่จะทำร้ายตัวเราเอง แต่ยังทำร้ายคนรอบข้างที่รักเราด้วยความบริสุทธิ์ใจ คือพ่อ แม่ ญาติพี่น้อง ที่ต้องเสียใจไปกับการกระทำที่โง่เขลา ขาดสติอย่างมากมาย&lt;br /&gt;         เราควรเอาชนะความหลงในรักด้วยสติ  ปัญญาการใช้สติพิจารณาและ รู้จักไตร่ตรองว่า ความรักคืออะไร รักเพราะอะไร และใครคือคนที่เรารักและเราควรจะรักใครมากที่สุด.&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-5572674374643319617?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/5572674374643319617/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=5572674374643319617' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/5572674374643319617'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/5572674374643319617'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2009/07/blog-post.html' title='ความรักหรือความหลง'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-6919695976930051455</id><published>2009-06-29T06:41:00.000-07:00</published><updated>2009-06-29T07:20:05.456-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ปัญหาเด็กและเยาวชน'/><title type='text'>ปัญหาเด็กและเยาวชน</title><content type='html'>ปัญหาเด็กและเยาวชนที่เกิดขึ้นมากมายในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นเรื่องยาเสพติด เพศ ปืน ลักขโมย การทะเลาะวิวาท การฆ่าฯลฯ&lt;br /&gt;ทำไมเด็กเหล่านี้เมื่อเขาเติบโตขึ้นมามักจะต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสิ่งที่ดี และไม่มี ถ้าหากเรามองในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมักจะมองว่าเด็กเหล่านี้มักจะสร้างปัญหา ให้แก่สังคมแต่ถ้าหากเราเจาะให้ลงลึกไปแล้วจะพบว่า สิ่งที่ห่อหุ้มตัวเด็กอีกทีก็คือครอบครัว และสิ่งที่ห่อหุ้มครอบครัวก็คือ ชุมชน หรือ สิ่งแวดล้อมนั่นเอง&lt;br /&gt;           ปัญหาของเด็กและเยาวชนส่วนใหญ่นั้นมาจากครอบครัวที่ไม่รักกันของพ่อ แม่ ที่แยกทางกันแล้วทิ้งให้เด็กอยู่กับญาติฯลฯมักจะก่อให้เกิดปัญหาทางจิตใจเช่น&lt;br /&gt;           ๑ การขาดความรัก โดยโหยหาความรักอาจจะแสดงออกการเรียกร้องความสนใจ การก้าวร้าวเป็นต้น&lt;br /&gt;           ๒ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง เชื่อคนง่าย โดยไม่คิดว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับตนเองในวันข้างหน้า ชอบโกหก ชอบลักขโมย ขี้เกรียจ ใช้เงินเปลือง&lt;br /&gt;            ๓มีอารมณ์รุนแรงในเวลาโกรธ&lt;br /&gt;            ๔ ชอบวิตกกังวล  น้อยใจ&lt;br /&gt;    สิ่งที่ควรแก้ไข&lt;br /&gt;             ๑ควรให้เด็กรู้จักเป้าหมายของชีวิต ให้รู้จักคิดและค้นหาความต้องการของตนเองในอนาคต โดยให้เด็กรู้จักคิดเองโดยมีผู้ปกครองคอยชี้แนะหรือแนะนำแนวทาง&lt;br /&gt;             ๒ให้มีความศรัทธาในความรักตัวเองและผู้อื่นในครอบครัวและสังคม&lt;br /&gt;             ๓เสริมสร้างบุคคลิกภาพให้มีความเชื่อมั่นในตนเองให้เด็กสามารถพูดคุยปัญหาตนเองต่อพ่อ แม่หรือบุคคลในครอบครัวสร้างให้เขามีความภาคภูมิใจ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลภายนอก&lt;br /&gt;             ๔การให้ลูกรู้จักแยกแยะในสิ่งที่ถูกและผิด&lt;br /&gt;      ครอบครัวเป็นสิ่งที่มีความสำคัญในการแก้ปัญหาดังนั้นการเข้าใจกัน การให้อภัยกัน และการแก้ปัญหาในทางบวกย่อมดีกว่าการแก้ปัญหาโดยใช้อารมณ์&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-6919695976930051455?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/6919695976930051455/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=6919695976930051455' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/6919695976930051455'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/6919695976930051455'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2009/06/blog-post_29.html' title='ปัญหาเด็กและเยาวชน'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-1457017271883042083</id><published>2009-06-13T06:39:00.000-07:00</published><updated>2009-06-13T06:43:01.907-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เดินไปข้างหน้า'/><title type='text'>เดินไปข้างหน้า</title><content type='html'>คนเราเวลาเดินทางก็ต้องมองไปข้างหน้ากันทุกคน คงไม่มีใครจะเดินถอยหลังแล้วไปถึงจุดหมายเพราะ การเดินถอยหลังมีแต่จะเจ็บตัว&lt;br /&gt;              อดีตที่มีทั้งสุข และทุกข์ คนเราเกิดมาก็ต้องมีอดีตกันทุกคนคงไม่มีใครไม่เคยทำผิดหรอก แต่ถ้าหากเราเอาอดีตที่เป็นของเรา หรือ บุคคลรอบข้างที่ประสบเจอมาเป็นบทเรียนให้วิเคราะห์ทบทวนการกระทำ เพื่อเป็นแนวทางการวางแผนในอนาคตได้อย่างระมัดระวัง&lt;br /&gt; ดังมีคำกล่าวไว้ให้ได้ยินอยู่เสมอฯว่า&lt;br /&gt;                  ชีวิต คือ การต่อสู้&lt;br /&gt;                   ศัตรู  คือ  ยากำลัง&lt;br /&gt;                   อุปสรรค  คือ  ความสำเร็จ&lt;br /&gt;              เพราะบทเรียนที่ผ่านมาเปรียบเสมอครูที่สอนเราให้ไม่พลาดอีก  คนที่ฉลาดมักจะเอาอดีต มาเป็นครูเพื่อจะไม่ให้กลับไปทำซ้ำอีก เพราะความรู้สึกเสียใจและทุกข์ที่เกิดจากเหตุทั้งหลายนั้น คนที่เสียใจมากที่สุดคือตัวเราเอง และบุคคลรอบข้างที่รักและห่วงใยเรา&lt;br /&gt;           ดังนั้นจงอย่างเสียเวลาเอาอดีตมาตอกย้ำตัวเองเพราะการคิดวนเวียนอยู่แบบเดิมฯมีแต่จะสร้างความเจ็บปวด&lt;br /&gt;           จงคิดให้ดีเถอะนะว่า อยากจะเดินไปข้างหน้า หรืออยากจะเดินถอยหลัง ชีวิตเป็นของเราฯจึงมีสิทธิเลือก เลือกในสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของเรา&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-1457017271883042083?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/1457017271883042083/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=1457017271883042083' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/1457017271883042083'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/1457017271883042083'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2009/06/blog-post_13.html' title='เดินไปข้างหน้า'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-8772981056278235037</id><published>2009-06-11T06:42:00.000-07:00</published><updated>2009-06-11T07:24:25.956-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='พี่คนโต'/><title type='text'>พี่คนโต</title><content type='html'>ความรู้สึกของบุคคลที่เป็นพ่อ แม่ เมื่อรับรู้ว่ากำลังจะมีลูกคนแรกในความรู้สึกคงจะตื่นเต้นมาก แต่ต่อมาอีกไม่นานคุณแม่ก็มีน้องใหม่ซึ่งอายุไม่ห่างกันมากแต่ก็คงดีใจไม่แตกต่างกันกับลูกคนโต แต่คุณพ่อ คุณแม่อาจจะไม่รู้ว่าหัวใจดวงน้อยฯของคนที่เป็นพี่กำลังจะประสบปัญหาทางจิตใจคือความอิจฉาน้องบ้าง ถึงแม้คุณแม่จะเตรียมตัวมาอย่างดีก็อาจจะมีบ้างในความรู้สึกเกิดอาการน้อยใจและอิจฉาน้อง&lt;br /&gt;           เพราะเมื่อคุณแม่มีน้องใหม่ที่ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้จึงต้องแบ่งเวลาออกไปเพื่อดูแลน้องเพราะคิดว่าลูกคนแรกเขาโตพอที่จะรับรู้และช่วยเหลือตนเองได้บ้างแล้ว แต่ในทางตรงกันข้ามเขาอาจจะกลายเป็นเด็กงอแงยิ่งเสียกว่าน้องได้ เนื่องจากลูกคนโตมีความรู้สึกว่าความรัก การดูแลเอาใจใส่ถูกแบ่งปันออกไปให้น้อง และบุคคลรอบข้างอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่อาจจะทำให้เขาน้อยใจหรือมีความรู้สึกเกิดความอิจฉาขึ้นมาทันที&lt;br /&gt;            ดังนั้น สิ่งที่คุณพ่อ คุณแม่ต้องระมัดระวังในคำพูด กริยาท่าทางควรจะสนใจจิตใจของลูกทุกฯคนไม่ว่าจะเป็นคนที่เท่าใดก็ตามควรจะพูดคุยกับลูก ให้ลูกได้มีส่วนร่วมในการเลี้ยงน้อง และพยายามให้ลูกได้มีบทบาท หรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมการสนทนาเช่น เมื่อมีการถามถึงน้องหรือใครช่วยดูแลน้องคุณแม่ก็ควรให้คนที่เป็นพี่ได้มีบทบาทเช่นบอกว่า ช่วยกันดูแล พี่เขาช่วยหยิบขวดนมให้น้อง ห่มผ้าให้น้อง ซึ่งคำพูดหรือการบอกเล่าถึงความสำคัญของคนที่เป็นพี่เขาจะมีความรู้สึกภูมิใจ และมีความรู้สึกว่าเขาได้มีความสำคัญในการดูแลน้อง ความห่วงใย ความผูกพันก็จะเพิ่มมากขึ้น เพื่อมิให้เขารู้สึกน้อยใจ หรือคิดว่าตนเองสูญเสียความรักไป เพราะรากฐานของเด็กก็คือครอบครัวนั่นเอง ที่จะนำพาให้ชีวิต และอนาคตของเขาจะก้าวไปข้างหน้า หรือถอยหลังนั่นเอง.&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-8772981056278235037?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/8772981056278235037/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=8772981056278235037' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/8772981056278235037'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/8772981056278235037'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2009/06/blog-post.html' title='พี่คนโต'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-2448903931430607675</id><published>2009-05-28T07:07:00.000-07:00</published><updated>2009-05-30T07:00:35.143-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แล้วมันจะผ่านพ้นไปเช่นกัน'/><title type='text'>แล้วมันจะผ่านพ้นไปเช่นกัน</title><content type='html'>บางครั้งข้อเตือนใจ หรือคำสอนที่มีคุณค่ามักจะมีผลต่อจิตใจของเรา ในเวลาบางครั้งที่อยู่ในระหว่างเวลาซึมเศร้าซึ่งในเวลานี้ก็เปรียบสเมือนการหาทางออกในอารมณ์ไม่ได้ ประตูแห่งความนึกคิดอารมณ์แห่งความท้อแท้ได้ถูกปิดลง ดังนั้นมันจึงวนเวียนอยู่ในกรงของความนึกคิดในวงแคบที่หาทางออกไม่ได้  &lt;br /&gt;        วันหนึ่งได้มีบทความสั้นแห่งหลักธรรมคำสอนของครูบาอาจารย์ท่านได้กล่าวไว้สั้นฯว่า "แล้วมันจะผ่านพ้นไปเช่นกัน"คำกล่าวประโยคนี้หากเราพิจารณาดูให้ดีจะพบว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเมื่อมีเกิดก็ต้องมีดับไม่มีอะไรจะอยู่คงทนตลอดไป หากเราตระหนักถึงสัจธรรมของคำเหล่านี้เวลาจองจำของเราก็จะสิ้นสุดลงคุกแห่งอารมณ์ก็จะหลุดพ้นไปเช่นกัน เมื่อเรามีชีวิตใหม่ก็ขอให้เราตรึงตรองในข้อความนี้ไว้เสมอเป็นข้อเตือนใจทุกเวลา ทุกขณะจิตไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานะการณ์ใดก็ตามไม่ว่าสุข ทุกข์ หรือท้อแท้ฯลฯ ก็ขอให้ระลึกไว้เสมอว่า "แล้วมันจะผ่านพ้นไปเช่นกัน" มันไม่นานเกินรอถ้าหากเราคิดต่อสู้ชีวิตและใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท เพราะทุกสิ่งไม่มีอะไรจะอยู่คงที่ตลอดไปมันคงต้องเป็นไปตามวัฎจักรแห่งชีวิตนั่นคือ เมื่อมีเกิดก็ต้องมีดับเป็นธรรมดา&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-2448903931430607675?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/2448903931430607675/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=2448903931430607675' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/2448903931430607675'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/2448903931430607675'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2009/05/blog-post_28.html' title='แล้วมันจะผ่านพ้นไปเช่นกัน'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-6779685842766583206</id><published>2009-05-01T06:18:00.000-07:00</published><updated>2009-05-01T06:38:36.485-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อุปสรรคเป็นเรื่องธรรมดา'/><title type='text'>อุปสรรคเป็นเรื่องธรรมดา</title><content type='html'>อุปสรรคที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม มักจะทำให้เกิดความหดหู่  ท้อแท้หมดหวังเพราะคิดว่าตนเองไม่อาจจะประสบความสำเร็จได้ ในทางมุมกลับถ้าหากเรามองให้เห้นว่าไม่ว่าปัญหา อุปสรรคที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ดี นั่นคือทำให้เรารู้ถึงความข้อดี ข้อเสียในตนเองทำให้เกิดความเข็มแข็ง อดทนยิ่งขึ้น&lt;br /&gt;            ไม่ว่าอุปสรรค ปัญหาที่เกิดขึ้น ถ้าหากเราเก็บมาคิด มาเป็นอารมณ์ จะทำให้หมดกำลังใจที่จะต่อสู้ แต่ถ้าหากเรามีจุดมุ่งหมาย เป้าหมายใน ชีวิตเราจะไม่ยอมแพ้ และจะสู้เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายให้ได้&lt;br /&gt;           การที่คนเราผ่านพ้นอุปสรรค ปัญหามาได้ ย่อมจะเกิดภูมิคุ้มกันชีวิตและรู้ถึงวิธีแก้ไขถ้าหากเราต้องปประสบพบเจออีก โดยเอาอดีตมาเป็นบทเรียน และพร้อมที่จะแก้ไข โดยที่จะรอบคอบมากขึ้นในปัญหาและรู้จักคิดวิธีป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำอีกได้&lt;br /&gt;           อยากจะให้คิดว่าทุกสิ่ง ทุกอย่างเกิดขึ้นอยู่กับจิตใจของเราเอง  หากจิตใจเราเข้มแข็งก็ไม่หวาดหวั่นกับปัญหาที่จะพบเจอ และไม่กลัวที่จะเริ่มต้นใหม่ด้วยใจที่ท้าทาย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-6779685842766583206?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/6779685842766583206/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=6779685842766583206' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/6779685842766583206'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/6779685842766583206'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2009/05/blog-post.html' title='อุปสรรคเป็นเรื่องธรรมดา'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-1391807284214318699</id><published>2009-03-10T06:36:00.000-07:00</published><updated>2009-03-10T06:56:41.434-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สื่อทางตา'/><title type='text'>สื่อทางตา</title><content type='html'>มีคำกล่าวว่าดวงตาเป็นหน้าต่างแห่งหัวใจ ดังนั้นการมองตาย่อมเป็นสื่อที่บ่งบอกความรู้สึกของบุคคลที่เรากำลังพูดคุยด้วยโดยเริ่มต้นค้นหาความรู้สึกจากบุคคลที่ใกล้ตัวก่อนคือภายในครอบครัวของเราเอง ถ้าหากพ่อ แม่ และลูกหันหน้ามาพูดคุยกันย่อมรู้ถึงปัญหาที่ก่อเกิดในใจของแต่ละคนได้เช่นการที่พ่อ แม่รับฟังลูก มองหน้าลูกสิ่งที่ควรกระทำคือการหยุดกิจกรรมที่ทำอยู่และหันมาสนใจและรับฟังในสิ่งที่ลูกพูด โดยใช้สายตามองด้วยความจริงใจ สนใจที่จะรับฟังคำพูดของลูกด้วยความจริงจัง จะทำให้เกิดผลดีแก่ลูกที่กำลังเล่าให้ฟังโดยผู้เล่าจะมีความรู้สึกที่ดีอบอุ่น และมีความรู้สึกว่าพ่อแม่เข้าใจ และรับฟัง ลูกจะค่อยฯพูดออกมา แต่อาจะไม่หมด แต่ถ้าหากพ่อ แม่มีความสังเกตุในคำพูด และพยายามมองให้ถึงความคิด ท่าทาง กริยา ของลูกที่พูดคุยด้วยพ่อ แม่จะเข้าใจและคิดหาทางแก้ไขได้ทันทีถ้าหากลูกเกิดมีปัญหาขึ้นมาก่อนที่จะสายเกินไป.&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-1391807284214318699?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/1391807284214318699/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=1391807284214318699' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/1391807284214318699'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/1391807284214318699'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2009/03/blog-post.html' title='สื่อทางตา'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-1101157130842150143</id><published>2009-02-25T06:33:00.000-08:00</published><updated>2009-02-25T06:54:45.720-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เทวดาผู้พิทักษ์'/><title type='text'>เทวดาผู้พิทักษ์</title><content type='html'>มีผู้ใหญ่ท่านกล่าวไว้ว่า คนเราเกิดมาทุกคนต้องมีเทวดาประจำตัวกันทุกคน เทวดาองค์นี้จะคอยพิทักษ์ดูแลตั้งแต่เกิดลืมตาดู&lt;br /&gt;โลกไม่ว่าจะเจ็บ จะทุกข์ จะสุขเทวดาองค์นี้จะไม่ห่างกายไปไหนเลย&lt;br /&gt;      ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด เทวดาองค์นี้จะดูแลตลอดไปไม่รู้จักเหนื่อยเลยแล้วตัวเราล่ะเคยรู้หรือเปล่าว่าตลอดชีวิตเราที่มีชีวิตดูโลกมาเราเคยมองเห็นหรือเคยดูแลเทวดาของเราหรือเปล่าเคยห่วงใยท่านไหม ถ้าหากยังไม่เคยทำอะไรให้กับท่านละก้อจงเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่หันกลับไปมองดูจะพบสายตาคู่หนึ่งที่มองเราไม่ห่างเลยคือสายตาเทวดาของลูก&lt;br /&gt;      ณ วันนี้เรายังมีโอกาสที่จะตอบแทนพระคุณท่านจงทำซะก่อนที่ท่านไม่อยู่ให้เราได้ดูแล แล้วเมื่อถึงเวลานั้นเราก็ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้อีก&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-1101157130842150143?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/1101157130842150143/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=1101157130842150143' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/1101157130842150143'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/1101157130842150143'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2009/02/blog-post_25.html' title='เทวดาผู้พิทักษ์'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-5567526857086520834</id><published>2009-02-08T02:52:00.000-08:00</published><updated>2009-02-08T03:15:20.924-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความโกรธ'/><title type='text'>ความโกรธ</title><content type='html'>ความโกรธเป็นสภาวะทางอาภรณ์ที่เกิดขึ้นแก่ทุกคนโดยไม่มียกเว้นแม้แต่คนเดียว อารมณ์รุ่นแรงบ้าง ไม่รุนแรงบ้าง ก็ขึ้นกับการมีสติที่รู้เท่าทันกับอารมณ์ที่มากระทบและรู้จักที่ควบคุมอารมณ์ตนเองให้ได้ด้วยสติและปัญญา&lt;br /&gt;         ความโกรธนั้น ถ้าเรามองพิจารณาให้ดีจะรู้ว่ามีแต่โทษมากกว่ามีคุณประโยชน์แก่ชีวิตของเรา&lt;br /&gt;         ตัวของข้าพเจ้าเองก็ยังมีความโกรธอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นแล้วอารมณ์นี้ไม่มียกเว้น แต่ทุกครั้งเมื่อมีความรู้สึกไม่พอใจก่อนที่จะเป็นอารมณ์โกรธขอให้มองติดตามและเข้าใจอารมณ์โทสะของเราให้ได้อย่าให้จิตมันกำเริบ พยายามรักษาและเยียวยาด้วยสติ และ สัมปรัชญะให้เกิดอาการดับไปอาจจะเร็วบ้าง ช้าบ้างก็แล้วแต่กำลัง สติ ปัญญาที่ฝึกฝนมา&lt;br /&gt;           ดังคำกล่าวของพระพุทธองค์ที่ทรงกล้าวไว้ว่า "อักโกเธนะ ชิเน โกธัง" แปลว่าพึงเอาชนะความโกรธ ด้วยความไม่โกรธ&lt;br /&gt;           บางคนพออ่านประโยคนี้อาจคิดในใจว่า "ยากที่จะทำได้" แต่อยากจะบอกกับท่านทั้งหลายว่า น่าจะลองทำดูเพราะจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยถ้าหากเราจะเก็บอารมณ์โกรธไว้กับตัวเราเพราะมันจะทำร้ายร่างกายและจิตใจของเราเอง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-5567526857086520834?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/5567526857086520834/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=5567526857086520834' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/5567526857086520834'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/5567526857086520834'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2009/02/blog-post_08.html' title='ความโกรธ'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-8242610889743874299</id><published>2009-02-04T05:57:00.000-08:00</published><updated>2009-02-04T06:13:04.737-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความจริงในหลักธรรม'/><title type='text'>ความจริงในหลักธรรม</title><content type='html'>พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า  การได้เกิดมาเป็นมนุษย์เป็นเรื่องยากลำบาก แม้ได้เกิดมาเป็นคนแล้วทำให้ชีวิตของเราเป็นสิ่งที่มีคุณค่า จงมองหาคุณค่าในตัวเองต้องรักษา ใส่ใจและให้ชีวิตดำเนินไปอย่างมีจุดมุ่งหมายปลายทาง กาลเวลาที่หมุนเวียนเปลี่ยนไป แต่ละวันควรจะให้หมุนเปลี่ยนไปอย่างมีความสำคัญ&lt;br /&gt;      การเตรียมความพร้อมในการเรียนรู้ของชีวิตนับตั้งแต่ความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ขอให้ตระหนักอยู่เสมอเพราะช่วงจังหวะของเวลาในชีวิตมีแต่เดินหน้า ไม่มีถอยหลัง เวลาที่เดินผ่านไปนั้นจะสอนเราให้คิดทุกวินาที หากแต่เรามองไม่เห็นความจริงในการเปลี่ยนแปลงของกาลเวลาชีวิตที่หมุนไป จึงไม่มีการเตรียมความพร้อม หากเราเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงแม้วันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรเราก็พร้อมที่จะยอมรับอย่างคนที่รู้เท่าทันตามความเป็นจริง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-8242610889743874299?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/8242610889743874299/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=8242610889743874299' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/8242610889743874299'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/8242610889743874299'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2009/02/blog-post.html' title='ความจริงในหลักธรรม'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-6464128534469206181</id><published>2009-01-26T06:05:00.000-08:00</published><updated>2009-01-26T06:35:03.386-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ใบไม้'/><title type='text'>ใบไม้</title><content type='html'>วันหนึ่งขณะที่ข้าพเจ้าได้เดินกลับบ้านเกิดมีลมพัดแรงเหมือนฝนกำลังจะตก แต่เมื่อลมได้สงบลงข้าพเจ้าได้มองเห้นใบไม้ที่ร่วงลงพื้นเนื่องจากแรงของกระแสลม มีทั้งใบไม้สีน้ำตาล ซึ่งมีอยู่เดิมหรือเป็นใบไม้ที่หลุดร่วงตามวงจรชีวิตของมัน ส่วนใบไม้สีเหลือง สีเขียวเข้ม และใบไม้สีเขียวอ่อนที่มีปนอยู่บ้าง ทำให้ข้าพเจ้ามองดูแล้วทำให้คิดว่านี่หรือคือสัจธรรมแห่งชีวิต เมื่อคนเราเกิดมาแล้วต้องตายบางคนต้องตายตามอายุขัยที่เป็นไปตามธรรมชาติ แต่บางคนยังคงน่าจะมีชีวิตที่ยืนยาวต่อไปอีก หรือควรจะทำประโยชน์ให้แก่ตนเองครอบครัว สังคม และประเทศชาติได้อีกมากมายแต่ทำไมจึงต้องมาจากไปก่อนวัยอันสมควร&lt;br /&gt;       ดังนั้น เมื่อเรายังมีชีวิตอยู่ ณ วันนี้ เดี๋ยวนี้ หากเรายังไม่ได้ทำอะไรที่เป็นประโยชน์หรือ ทำในสิ่งที่มีคุณค่าที่ดีต่อตัวเราเอง ต่อครอบครัว สังคม และประเทศชาติ ขอให้ดิดใหม่ ทำใหม่ เริ่มต้นใหม่ที่ดี ทำวันนี้ให้ดีที่สุดเพราะวันพรุ่งนี้ เราไม่รู้หรอกว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับชีวิตของเรา&lt;br /&gt;        &lt;br /&gt;                   " หากเกิดมาทั้งทีควรมีคุณค่า     หากไม่นำพาชีวาก็หาไม่  "&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-6464128534469206181?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/6464128534469206181/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=6464128534469206181' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/6464128534469206181'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/6464128534469206181'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2009/01/blog-post_26.html' title='ใบไม้'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-6313359526591126292</id><published>2009-01-16T05:31:00.000-08:00</published><updated>2009-01-16T05:55:23.814-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='วัยรุ่นกับจริยธรรม'/><title type='text'>วัยรุ่นกับจริยธรรม</title><content type='html'>เด็กฯทุกคนเมื่อแรกเกิดมานั้นย่อมมี กรรมดีและกรรมชั่วติดตัวมากันทุกคนดังนั้นตัวแปรที่ทำให้กรรมดีและกรรมชั่วหรือจริยธรรมของเด็กเปลี่ยนไปคือการรับรู้โดยการเรียนรู้จากพฤติกรรมของสิ่งแวดล้อมที่อยู่อาศัย  จากครอบครัวไม่ว่าจะเป็นบิดา มารดาหรือบุคคลที่เด็กได้คลุกคลีอยู่ด้วยเป็นประจำ โดยยึดเอามาเป็นต้นแบบ&lt;br /&gt;    มีคำกล่าวไว้ว่าเด็กฯที่แรกเกิดมานั้นเปรียบเสมือนผ้าขาวที่สอาดบริสุทธิ์ หากเด็กได้รับคุณธรรม จากบิดา มารดาเด็กก็จะรับรู้และเลียนแบบพ่อ แม่ทั้งร่างกายและจิตใจ แต่หากเราเก็บเอาพ่อ แม่ใจร้ายความน่าสะพรึ่งกลัวไว้ในจิตใจมากเท่าใดนานวัน เขาจะแยกไม่ออกเลย เขาจะสร้างกลไลตัวควบคุมตนเองขึ้นมาทั้งภายในและภายนอก&lt;br /&gt;    สังคมปัจจุบัน พ่อ แม่ต้องทำงานหาเงินมากจนเกินควรไม่มีเวลาให้ลูก แต่ถ้าหากมีเวลาให้กับลูกบ้างก็ขอเป็นเวลาที่มีคุณภาพ เพื่อส่งเสริมวิถีชีวิตของเด็กที่จะต้องเติบโตเป็นบุคคลที่มีคุณภาพต่อสังคมและครอบครัว&lt;br /&gt;    การจะสอนลูกฯให้เป็นคนดีได้นั้นคือ ต้องมีเวลาและเป็นแบบอย่างที่ดี หากพ่อ แม่ สังคมควรจะสอนให้เขารู้จักคิดถึงการกระทำ และผลที่ได้รับจากการกระทำนั้นคือ ทำดีได้ดี  ทำชั่วได้ชั่ว&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-6313359526591126292?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/6313359526591126292/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=6313359526591126292' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/6313359526591126292'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/6313359526591126292'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2009/01/blog-post_16.html' title='วัยรุ่นกับจริยธรรม'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-6889210806777418538</id><published>2009-01-02T06:00:00.000-08:00</published><updated>2009-01-02T06:32:08.667-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ไฟ'/><title type='text'>ไฟ</title><content type='html'>คำว่าไฟ ทุกคนคงต้องนึกถึงเปลวไฟอันร้อนแรง แต่นั่นก็คือความร้อนภายนอกเท่านั้นแต่ไฟที่ร้อนรนอยู่ภายในนั้น คือไฟในใจ หรือดวงจิตที่ร้อนรุ่ม ร้อนรน ทุกข์ทรมานมากมายแม้วันเวลาจะผ่านไปนานเท่าใดก็ไม่เคยจะหมดไฟแห่งความร้อนรน ถ้าสิ่งนั้นไม่ใช่ความคิด ความคิดของมนุษย์เราเป็นต้นตอของความทุกข์ยากและปัญหาต่างฯนานาที่รุมเร้าเข้ามา โดยที่หาทางออกไม่ได้ นั่นเป็นเพราะเราไม่เคยมองเข้าไปให้ถึงต้นเหตุความคิดซึ่งเป็นที่มาของทุกข์  ซึ่งไฟของกิเลสมีอยู่ ๓ ชนิด คือ&lt;br /&gt;         ๑  ไฟแห่งโลภะ ความทุกข์ ในความอยากได้อยากมี ที่เกินกำลังของเราเองต้องหาวิธีมาสนองใจอยาก จนลืมว่าสิ่งที่กระทำนั้นเป็นสิ่งที่ผิดก็ตาม&lt;br /&gt;          ๒ไฟแห่งโทสะ การปล่อยให้จิตใจถูกครอบงำด้วยความโกรธ กลุ้มรุ่มเร้า&lt;br /&gt;          ๓ไฟแห่งโมหะ  จิตอันหลงผิด อันโง่เขลา จิตใจคับแคบขาดปัญญาเป็นเครื่องพิจารณา&lt;br /&gt;          ไฟทั้ง  ๓ นี้ ที่เผาใจให้มีแต่ความร้อนแก่ตนเองและผู้อื่นมีแต่ผลของความเสียหาย อย่าให้ไฟทั้ง ๓ นี้มาครอบงำเอาจนกลายเป็นคนหลงทาง หลงโลก&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-6889210806777418538?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/6889210806777418538/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=6889210806777418538' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/6889210806777418538'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/6889210806777418538'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2009/01/blog-post.html' title='ไฟ'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-5019655842182250501</id><published>2008-11-25T05:55:00.000-08:00</published><updated>2008-11-25T06:00:15.547-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อดีตที่ผ่านไปควรทำปัจจุบันให้ดีที่สุด'/><title type='text'>อดีตที่ผ่านไปควรทำปัจจุบันให้ดีที่สุด</title><content type='html'>ขอยกคำสอนของหลวงปู่แหวน สุจิณโณ ท่านได้เมตตาสอนไว้ว่า&lt;br /&gt;อตีตาธรรมเมาคืออดีตเป็นธรรมดา เช่นเดียวกับ อนาคตก็เป็นธรรมเมา อนาคตไม่ใช่ธรรมะ กรรมที่ทำแล้วในอดีตหลวงปู่ท่านให้คิดว่าป็นธรรมเมา&lt;br /&gt;คำว่าเมานั้นแปลว่าไม่ดี ไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้อง ควรหลีกเลี่ยง ในความหมายของหลวงปู่ท่านบอกว่า อดีตคือสิ่งที่ผ่านมาแล้วอย่าไปยึดติด คิดถึงแต่อดีต เพราะสิ่งเหล่านั้นมันก่อให้เกิดทุกข์ ควรจะให้จบสิ้นไปในความหมายของคำว่า “ อดีต” มิฉะนั้นแล้ว จิตของเราจะจมหลงมัวเมาอยู่แต่อดีตจนก่อตัวให้เป็นความพยาบาท การผูกใจโกรธไม่รู้ลืม เป็นความคิดที่ทำร้ายตนเองรุนแรงยิ่งกว่าคนอื่นทำมากมายนัก&lt;br /&gt;หลวงปู่แหวนท่านสอนด้วยว่า อนาคตธรรมเมา คืออนาคตก็เป็นธรรมเมา&lt;br /&gt;อนาคตไม่ใช่ธัมมะ ทำนองเดียวกับ อตีตาธรรมเมา อดีตไม่ใช่ธัมมะ ก็คืออย่าผูกใจอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในอดีต และอย่าส่งใจไปคิดถึงสิ่งที่ยังไม่เกิด ที่ว่าจะเกิดในอนาคตเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ ปัจจุบันเท่านั้นเป็นธัมมะ ปัจจุบันเท่านั้นคือความจริงดังนั้น ปัจจุบันมีความสำคัญ ต้องใส่ใจกับปัจจุบันให้เต็มสติปัญญา ความสามารถ ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ให้งดงามที่สุดทั้ง กาย วาจา ใจ มีสติรักษาปัจจุบันให้ดีอย่างไปหลงกับอดีตและอนาคต จงมองและรักษาปัจจุบันให้ดี เพื่อเป็นสะพานเดินไปหาอนาคตที่มั่งคงโดยมีอดีตป็นครู&lt;br /&gt;ธรรมดาของ สังขาร คือการดับ ไม่มีกลับ คืนเป็น เช่นลมหวน&lt;br /&gt;เป็นของจริง จงจำ อย่าคร่ำครวญ สิ่งที่ควร เร่งทำ คือกรรมดี&lt;br /&gt;อย่าทนทุกข์ กับอดีต อันขมขื่น อย่าเริงรื่น อนาคต อันสดใส&lt;br /&gt;ปัจจุบันย่อม สำคัญกว่า สิ่งใด ถ้าตั้งใจ ไว้พอดี มีสุขเอย.&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-5019655842182250501?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/5019655842182250501/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=5019655842182250501' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/5019655842182250501'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/5019655842182250501'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2008/11/blog-post.html' title='อดีตที่ผ่านไปควรทำปัจจุบันให้ดีที่สุด'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-9082484386755527395</id><published>2008-10-31T08:44:00.000-07:00</published><updated>2008-10-31T08:48:03.469-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ภูมิคู้มกันในบ้าน'/><title type='text'>ภูมิคุ้มกันในบ้าน</title><content type='html'>ในครอบครัวควรจะมีความรักและความผูกพันและเห็นความสำคัญซึ่งกันและกัน หากครอบครัวใดที่เห็นความสำคัญในความรัก และความอบอุ่นต่อบุคคลในครอบครัวแล้วก็เท่ากับการสร้างภูมิคุ้มกันในบ้านให้ปลอดภัยจากสิ่งต่างๆที่อาจก่อให้เกิดปัญหาขึ้นมาได้เพียงแต่เราหันหน้าเข้าหากัน เข้าใจกัน&lt;br /&gt;            การแสดงออกถึงความรัก ความเข้าใจ โดยการโอบกอด ยอมรับฟังปัญหาในเมื่อเกิดทุกข์  และยิ้มรับเมื่อมีความสุข&lt;br /&gt;            ครอบครัวต้องมีความมั่นคง เข้มแข็งไม่หวั่นไหวต่อสิ่งที่มากระทบ ต้องมีความสามัคคี กลมเกลียว พร้อมที่เผชิญต่อสิ่งที่เกิดขึ้น โดยไม่รู้สึกโดดเดี่ยว&lt;br /&gt;            การพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง การชื่นชม ชมเชย ให้กำลังใจเมื่อบุคคลในครอบครัวทำดี  และไม่ด่าหรือใช้ถ้อยคำที่รุ่นแรงที่กระทบกระเทือนจิตใจเมื่ออีกฝ่ายกระทำผิด&lt;br /&gt;            เมื่อทำผิดต้องรูจักการขอโทษ  และเมื่อทำดีต้องรู้จักขอบคุณ&lt;br /&gt;            พ่อ แม่ ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีดำรงตนอยู่ในศีลธรรม อันดีงาม ปลูกฝังทัศนคติ ที่ดีต่อตนเอง  ผู้อื่น และสังคม&lt;br /&gt;            การทำกิจกรรมร่วมกัน การรับประทานอาหารด้วยกัน ไปเที่ยวพักผ่อนด้วยกัน สร้างความเพลิดเพลินด้วยกัน การหัวเราะ การฟังเพลง ร้องเพลงๆ&lt;br /&gt;            ความรักและความอบอุ่นที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมเป็นพลังอันยิ่งใหญ่พร้อมทั้งเป็นเกาะกำบังอันตรายต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นมาได้เพียงแต่ขอให้เรามีความรัก ความจริงใจต่อกัน ขอให้เราจับมือกันไว้ให้มั่นเพื่อความมั่งคงของครอบครัว.&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-9082484386755527395?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/9082484386755527395/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=9082484386755527395' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/9082484386755527395'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/9082484386755527395'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2008/10/blog-post_31.html' title='ภูมิคุ้มกันในบ้าน'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-2547276881223930020</id><published>2008-10-18T07:42:00.000-07:00</published><updated>2008-10-18T07:46:56.369-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เงาแห่งความทุกข์และความสุข'/><title type='text'>เงาแห่งความทุกข์และความสุข</title><content type='html'>คนเราเกิดมาทุกคนต้องมีเงาติดตัวกันมาตลอด ถ้าหากไม่มีเงานั่นคงหมายถึงการไม่มีชีวิตอยู่แล้ว คงเหลือแต่บุญ กับ บาปติดตัวกันไปแทน&lt;br /&gt;เมื่อมีชีวิตอยู่เงาที่ติดตัวเราตลอดและอยู่เสมอในยามทุกข์ และยามสุข จะหมุนเวียนสลับเปลี่ยนกันอยู่ตลอดเวลา บางทีทุกข์นั้นก็ไม่ได้เกิดกับตัวเราแต่ก็ไม่วายที่จะหาทุกข์มาใส่ให้กับตัวเองคือไม่ยอมปล่อยวางในทุกข์ของคนอื่น&lt;br /&gt;ทุกข์ที่เกิดจากการอยู่ร่วมกันในสังคม&lt;br /&gt;ดังนั้นไม่ว่าทุกข์จะเกิดจากสาเหตุใดก็ตาม เราควรยึดเส้นทางแห่งธรรมคือการปล่อยวาง ละวาง รู้จักสงบนิ่งในทุกข์ มองให้เห็นเหตุแห่งทุกข์ เพื่อนำมาสู่การแก้ไข ปัญหาทุกอย่างมีทางออกหากมองอย่างมีสติและความคิดที่รอบคอบ ต้องมีความอดทน อดกลั้น และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการให้อภัย หรือการอโหสิกรรมแก่กัน&lt;br /&gt;เงาแห่งทุกข์ และ สุขนั้นเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับความจริงให้ได้ว่าไม่มีใครจะหลีกหนีความทุกข์ไปได้ แต่เมื่อทุกข์เกิดแล้วขอให้เรามีสติรู้ทันในอารมณ์แห่งทุกข์โดยเอาจิตเป็นที่ตั้ง เพื่อเปลี่ยนความทุกข์ ให้เป็นความสงบ และความสุขก็จะเกิดขึ้นมาเอง&lt;br /&gt;อาจจะเป็นการยากที่จะทำได้ ถ้าหากทำได้จะรับรู้ว่าไม่ยากเลย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-2547276881223930020?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/2547276881223930020/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=2547276881223930020' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/2547276881223930020'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/2547276881223930020'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2008/10/blog-post.html' title='เงาแห่งความทุกข์และความสุข'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-3461501432335254808</id><published>2008-09-25T06:11:00.000-07:00</published><updated>2008-09-25T06:37:12.248-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เด็กๆกับการเรียนรู้'/><title type='text'>เด็กๆกับการเรียนรู้</title><content type='html'>เด็กๆทุกคนเมื่อแรกเกิดมานั้น ย่อมมีกรรมดี และกรรมชั่วติดตัวมากันทุกคน ดังนั้นตัวแปรที่ทำให้ กรรมดีและกรรมชั่วเปลี่ยนไปคือการรับรู้โดยการเรียนรู้จากพฤติกรรมของสิ่งแวดล้อม ที่อยู่อาศัยจากครอบครัว ไม่ว่าจะเป็น บิดา มารดา ญาติพี่น้องหรือบุคคลที่เด็กคลุกคลีอยู่ด้วยเป็นประจำ โดยยึดเอามาเป็นต้นแบบ&lt;br /&gt;          มีคำกล่าวไว้ว่าเด็กๆที่แรกเกิดมานั้นเปรียบเสมือนผ้าขาวที่สะอาดบริสุทธิ์&lt;br /&gt;         หากเด็กๆได้รับคุณธรรม ศีลธรรม จากบิดา มารดาเด็กๆก็จะรับรู้และเลียงแบบ พ่อ แม่ ทั้งร่างกายและจิตใจ&lt;br /&gt;        แต่ถ้าหากเราเก็บเอาพ่อ แม่ ใจร้าย ความน่าสะพรึ่งกลัวไว้ในจิตใจมากเท่าใด นานวันเขาจะแยกไม่ออกเลย เขาจะสร้างกลไกตัวควบคุมตนเองขึ้นมาทั้งภายในและภายนอก&lt;br /&gt;       สังคมปัจจุบัน พ่อ แม่ ต้องทำงานหาเงินมากจนเกินควรไม่มีเวลาให้แต่ถ้าหากมีเวลาให้กับลูกบ้างก็ขอเป็นเวลาที่มีคุณภาพ เพื่อส่งเสริมวิถีชีวิตของเด็กที่จะต้องเติบโตเป็นบุคคลที่มีคุณภาพต่อสังคมและครอบครัว&lt;br /&gt;       การจะสอนลูกๆให้เป็นคนดีได้นั้นคือการให้เวลา และเป็นแบบอย่างที่ดี  สอนให้เขารู้จักคิดถึงการกระทำและผลที่ได้รับนั่นคือ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-3461501432335254808?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/3461501432335254808/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=3461501432335254808' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/3461501432335254808'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/3461501432335254808'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2008/09/blog-post_25.html' title='เด็กๆกับการเรียนรู้'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-2045978407370081631</id><published>2008-09-06T07:12:00.000-07:00</published><updated>2008-09-06T07:56:39.662-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='คนดีของแม่'/><title type='text'>คนดีของแม่</title><content type='html'>ลูกเอ๋ย........&lt;br /&gt;การเลือกคบคนก็เหมือนกับการเลือกซื้อเสื้อผ้า ลูกต้องรู้จักเลือก รู้จักคิดเพราะคนเราเกิดมาในโลกใบนี้มีทั้งคนดี และคนไม่ดีคงไม่มีคนดีไปทั้งหมด หรือ คนชั่วไปทั้งหมด ดังนั้นอยู่ที่ว่าลูกจะเลือกคบคนชนิดใด ถ้าลูกเลือกคบคนดีลูกก็จะเป็นคนดี ถ้าเลือกคบคนชั่วลูกก็จะเป็นคนชั่ว&lt;br /&gt;ดังสุภาษิตที่ว่า &lt;strong&gt;คบคนพาลพาลไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;คบคนชั่วจะพาตัวให้อับจน จะคบคนควรคิดให้ดี&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ลูกของแม่ก็เหมือนกัน เราทุกคนต้องมีจุดมุ่งหมายของชีวิตและต้องมีความมานะพยายามไปหาฝันของตนเองให้ได้เพื่ออนาคตของลูก แม่ขอให้ลูกเป็นคนดี เพราะความดีจะเป็นเกราะป้องกันภัยให้กับลูกเป็นอย่างดี ลูกจะประสบความสำเร็จ นั่นคือผลแห่งความตั้งใจดี&lt;br /&gt;ถ้าลูกคบคนชั่วก็จะนำพาไปสู่ทางฉิบหายอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง เพราะคนชั่วไม่สนับสนุนคนที่คบด้วยให้เป็นคนดี&lt;br /&gt;ดังองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบรมศาสดาตรัส&lt;strong&gt;ว่า ขึ้นชื่อว่าความชั่วแล้วแม้น้อยนิดก็ไม่ควรทำ เพราะความชั่วทั้งหลายเมื่อกระทำแล้วย่อมส่งผลเป็นความทุกข์ ความเดือดร้อน&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;อันความดีแม้เพียงน้อยนิดก็สมควรทำเปรียบเสมือนตักน้ำใส่ตุ่มขยันหมั่นเพียรน้ำก็จะเต็มตุ่ม บุญก็เช่นเดียวกัน ขยันบำเพ็ญบุญ บุญก็จะเพิ่มพูน และเต็มบริบรูณ์&lt;br /&gt;ดังนั้น แม่ขอให้เวลาที่ลูกจะคิด จะพูด จะทำ ขอให้เกิดด้วย&lt;strong&gt;ปัญญา &lt;/strong&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-2045978407370081631?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/2045978407370081631/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=2045978407370081631' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/2045978407370081631'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/2045978407370081631'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2008/09/blog-post.html' title='คนดีของแม่'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-8497906689078399936</id><published>2008-08-24T07:08:00.000-07:00</published><updated>2008-08-24T07:12:04.462-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บุญ  บารมี'/><title type='text'>บุญ   บารมี</title><content type='html'>บุญ  บารมี&lt;br /&gt;           &lt;br /&gt;            บุญ   คือความดี  กุศล  ความสุขอันเกิดจากการประพฤติทางกาย  วาจา  ใจ กุศลธรรม&lt;br /&gt;            บารมี  คือคุณความดีที่บำเพ็ญอย่างยิ่งยวด เพื่อบรรลุจุดหมายอันสูงส่ง&lt;br /&gt;            วิธีสร้างบุญ บารมีในพระพุทธศาสนามีอยู่ 3 ขั้นตอนคือ&lt;br /&gt;1      การทำทาน   ได้แก่การเกิดความเมตตาจิตของตนด้วยการสละทรัพย์สิ่งของสมบัติของตนที่มีอยู่ให้แก่ผู้อื่นเพื่อหวังให้ผู้รับประโยชน์มีความสุขจะมากหรือน้อยเพียงใดย่อมถึงพร้อมด้วยองค์ประกอบ 3 ประการที่ทำให้ทานนั้นมีผลมาก ได้บุญบารมีมากกล่าวคือวัตถุทานที่ให้ต้องบริสุทธิ์ เจตนาในการให้บริสุทธิ์ เนื้อนาบุญบริสุทธิ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2      การรักษาศีล  ศีลแปลว่า ปกติคือสิ่งที่บุคคลจะต้องระวังรักษาศีลมีหลายระดับ คือ ศีล 5  ศีล 8 ศีล 10และศีล 227 &lt;br /&gt;มนุษย์ คือ ผู้ที่มีใจประเสริฐ มีคุณธรรมที่เป็นปกติของมนุษย์ที่ทรงไว้ตลอดไปคือ ศีล5 บุคคลที่ไม่มีศีล5 ไม่เรียกว่ามนุษย์ แต่อาจเรียกว่า คน&lt;br /&gt;การรักษาศีล เป็นการเพียรพยายามเพื่อระงับโทษทางกาย  วาจาซึ่งเป็น กิเลสหยาบมิให้กำเริบขึ้นและเป็นการบำเพ็ญบุญบารมีที่สูงขึ้นกว่าการให้ทาน&lt;br /&gt;3      การภาวนา การเจริญภาวนา เป็นการสร้างบุญบารมีที่สูงสุด และยิ่งใหญ่ที่สุดในพระพุทธศาสนาเป็นแก่นแท้ และสูงกว่าศีลมาก&lt;br /&gt;อานิสงส์ ของสมาธินั้นมีมากว่าการรักษาศีลอย่างเทียบไม่ได้ พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ว่า แม้บุญจะได้อุปสมบทเป็นภิกษุรักษาศีล 227ข้อไม่เคยขาด ไม่ด่างพร้อยมานานถึง 100ปี ก็ยังได้บุญกุศลน้อยกว่าผู้ที่ทำสมาธิจิตเพียงให้จิตสงบนานเพียงไก่กระพือปีก ช้างกระดิกหู&lt;br /&gt;การให้ธรรมะเป็นทาน เป็นบุญกุศลอันสูงสุด&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-8497906689078399936?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/8497906689078399936/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=8497906689078399936' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/8497906689078399936'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/8497906689078399936'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2008/08/blog-post_24.html' title='บุญ   บารมี'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-3846249101214387455</id><published>2008-08-18T08:03:00.000-07:00</published><updated>2008-08-18T08:52:22.309-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กำลังใจกับการเริ่มต้นใหม่'/><title type='text'>กำลังใจกับการเริ่มต้นใหม่</title><content type='html'>กำลังใจเป็นคำพูดหรือเป็นสื่อในความหมายที่กระตุ้นความรู้สึกให้ดีขึ้น ผ่อนคลายขึ้น มีความหวังมากขึ้น พร้อมที่จะเผชิญกับสิ่งต่างๆที่กำลังเข้ามาหา หรือบางสิ่งที่เคยผ่านออกไปแล้วแต่ยังไม่เคยลืมคืออดีต&lt;br /&gt;กำลังใจคือพลังแห่งความตั้งใจดีที่จะก้าวต่อไปโดยเริ่มต้นใหม่ให้ไปสู่ชัยชนะ หรือความสำเร็จตามที่มุ่งหมายไว้ให้ได้&lt;br /&gt;ศัตรูตัวร้ายที่จะบั่นทอนความตั้งใจเราคือความคิดของเราเอง จงอย่าดูถูกตนเอง หรือมองว่าตนเองไม่มีคุณค่า ขอเพียงให้ตัวเรามีความหวังที่จะเริ่มต้นใหม่โดยจิตใจที่เข้มแข็ง อย่าอ่อนแอ จงนำบทเรียนที่ผ่านมาเป็นครูของชีวิตเพื่อที่พาเราก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความระมัดระวัง&lt;br /&gt;ดังตัวอย่างที่ดิฉันจะขอยกมากล่าวให้ฟังว่าเคยมีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งได้ลงบทความเกี่ยวกับนักโทษหญิงที่เปลี่ยงแปลงความคิดของตนใหม่ในเชิงบวกที่สร้างชีวิตใหม่ให้กับตนเองโดยไม่คิดทำร้ายตนเองแต่กลับนำพาชีวิต ความคิดที่ดีโดยการเรียนรู้และเสริมสร้างทักษะในวิชามวย จนได้รับชื่อเสียงในทางที่ดีน่ายกย่อง ที่น่าจะเป็นแบบอย่างแก่เยาวชนที่มีความคิดแบบเดิมๆ และก็กลับมาแบบเดิมๆ ลองดูนะ ชีวิตและอนาคตเป็นของเรา จงรู้จักที่จะนำพาตนเองให้ไปพบความสุข ความสมหวังและความสำเร็จนั้นๆให้ได้จงเปลี่ยนแปลงตนเองเสียใหม่ ไม่จมอยู่แต่อดีต ไม่มัวแต่นอนเศร้าทุกข์ใจ มองแต่ปมด้อยของตนเอง&lt;br /&gt;ขอให้จดจำนะว่าชีวิตคนเราเปลี่ยนแปลงได้เสมอนับตั้งแต่รู้ความ ไม่มีอะไรที่แก้ไขไม่ได้ของเพียงให้เรามีกำลังใจ และพร้อมที่จะลูกขึ้นสู้เพื่อวันใหม่ ในวันพรุ่งนี้ ชีวิตที่เคยเลวร้ายก็จะกลายเป็นดี&lt;br /&gt;ขอให้ชีวิตที่เริ่มต้นจงเป็นแก้วที่หงายเพื่อรองรับและกลั่นกรองเอาแต่สิ่งที่ดีๆเข้ามา&lt;br /&gt;แต่อย่าเป็นแก้วที่คว่ำเพราะมัวแต่กักเก็บอดีตไว้ไม่ยอมปล่อยให้ออกไปก็เหมือนคนที่วนเวียนอยู่แต่วงแคบๆที่หาทางออกไม่ได้ และจะไม่มีวันที่ได้รับรู้ว่าในโลกใบนี้ยังมีสิ่งที่ดีๆอีกหลายอย่างที่เราควรจะรับรู้ อย่าปล่อยให้โอกาสและเวลาให้มันสูญไปโดยที่ไม่มีการเริ่มต้นใหม่.&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-3846249101214387455?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/3846249101214387455/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=3846249101214387455' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/3846249101214387455'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/3846249101214387455'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2008/08/blog-post_18.html' title='กำลังใจกับการเริ่มต้นใหม่'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-2499189372484412431</id><published>2008-08-14T07:08:00.000-07:00</published><updated>2008-08-14T07:51:05.477-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='มองให้เห็นเป็นปัจจุบัน'/><title type='text'>มองให้เห็นเป็นปัจจุบัน</title><content type='html'>ความคิดที่ชอบคิดไปเรื่อยๆ บางครั้งสิ่งที่คิดก็ยังไม่เกิดขึ้นหรือบางสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วไม่ว่าสุข หรือ ทุกข์ ก็มักจะพอใจที่จะยึดติดอยู่แต่ในความคิดนั้น โดยไม่แยกแยะออกให้เป็น คิดแต่อดีตหรือคิดไปถึงผลในอนาคต ซึ่งอาจจะเป็นจริง หรือไม่จริงก็ได้ จึงทำให้เป็นคนหวาดระแวง วิตกกังวล ขาดความมั่นใจในตนเองแม้แต่ความคิด&lt;br /&gt;           การที่ไม่รู้เท่าทันความคิด มักทำให้คนเราขาดสติ ขาดปัญญา ในการแก้ปัญหา&lt;br /&gt;                &lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;สติ  ก่อให้เกิดปัญญา&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;             ปัญญา  ก่อให้เกิดความรู้&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;          สติ คือความระลึกได้ในความจริง ความถูกต้อง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;         ปัญญา คือการรู้เท่าทันในความคิดอันเกิดจากการกระทำด้วยกาย วาจา ใจ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;      การฝึกตนเองให้มีสติโดยฝึกให้อยู้กับปัจจุบัน ว่าเรากำลังจะทำอะไร คิดอะไร มองให้รู้เท่าทันในความคิดมองให้เห็นเป็นธรรมชาติ ว่ามีการเกิด ก็ต้องมีการดับเป็นของธรรมดา ฝึกตามดูจิตว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ให้รู้ตัวตลอดเวลา ไม่ว่าจะยืน เดิน นั่ง พูด คิดถ้าหากสติเราเผลอก็สามารถกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้ให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;        คนเราต้องมีจุดมุ่งหมายในชีวิต  หากเกิดมีความทุกข์ขึ้นมาจิตเราจะไม่เลื่อนลอยไปอย่างไร้จุดหมาย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;        แต่หากไม่มีจุดมุ่งหมายในชีวิตเมื่อทุกข์ขึ้นมาจะอยู่แต่ในอดีต และไปไกลถึงอนาคตอย่างไม่มีจุดหมายที่แน่นอนเพราะลืมคิดถึงปัจจุบัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;         อดีตคือ ครูของชีวิต  ปัจจุบันจงทำสิ่งที่มีอยู่ให้ดีเพื่อไปสู่อนาคตอย่างมีจุดมุ่งหมายและความสุขก็จะเกิดขึ้นในใจของเรา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-2499189372484412431?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/2499189372484412431/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=2499189372484412431' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/2499189372484412431'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/2499189372484412431'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2008/08/blog-post_14.html' title='มองให้เห็นเป็นปัจจุบัน'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-2217353933169027747</id><published>2008-08-06T07:53:00.000-07:00</published><updated>2008-08-06T08:27:27.522-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='วันแม่'/><title type='text'>วันแม่</title><content type='html'>ใกล้ถึงวันสำคัญอีกแล้วนะสำหรับคำว่า&lt;strong&gt;วันแม่&lt;/strong&gt; ความจริงแล้วถึงไม่ต้องมีวันนี้ แม่ก็รักลูกอยู่ทุกๆวันตราบเท่าลมหายใจของแม่ยังมีอยู่ แม่รักลูกของแม่ทุกคนและแม่ก็มีความสุขมากที่เห็นลูกๆของแม่ทุกคนเติบโตเป็นคนดี เป็นลูกที่ดีของแม่เสมอมา&lt;br /&gt;            ลูกคงรู้นะสังคมในปัจจุบันนี้มีเรื่องต่างๆมากมายทั้งที่ดีและไม่ดี ที่เกิดจากการกระทำด้วย กาย วาจาและใจ ที่ทำให้คุณภาพชีวิตของคนในสังคมตกต่ำลง นั่นคือผลที่เกิดจากภายนอกมากระทบภายในคือจิตใจของเรา จึงทำให้บางครั้งบุคคลในสังคมจึงขาดคุณธรรม ศีลธรรมและจริยธรรม ขาดความรัก ความเมตตา ต่อสังคม จึงทำให้เป็นเหตุไม่มีความสุขเพราะจิตใจที่เร่าร้อน กระวน กระวาย&lt;br /&gt;              แม่อยากจะให้ลูกรู้ว่าการรู้เท่าทันอารมณ์ของตนเอง และรู้จักควบคุมอารมณ์ที่กำลังเกิดขึ้น โดยดูอารมณ์ตัวเองอย่างนิ่งๆและติดตามอารมณ์อย่างมีสติ และรู้เท่าทันอารมณ์ของตนเอง จิตใจก็จะผ่อนคลายเยือกเย็นขึ้น มองเห็นเหตุและผลมากขึ้น รู้สึกเห็นอกเห็นใจมากขึ้น ลูกต้องหัดรักผู้อื่นก่อน ก่อนที่จะให้คนอื่นมาให้อะไรเรา ตัวเราต้องรู้จักเป็นผู้ให้ก่อน&lt;br /&gt;              แม่อยากบอกว่า &lt;strong&gt;ทุกอย่างอยู่ที่ใจ&lt;/strong&gt; การมีสติ รับรู้เท่าทัน และการควบคุมตนเองได้ก็จะนำพาให้ลูกอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-2217353933169027747?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/2217353933169027747/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=2217353933169027747' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/2217353933169027747'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/2217353933169027747'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2008/08/blog-post_06.html' title='วันแม่'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-5923872533424088719</id><published>2008-08-01T05:48:00.000-07:00</published><updated>2008-08-01T06:33:58.736-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การอุทิศส่วนกุศลกับการกรวดน้ำ'/><title type='text'>อุทิศส่วนกุศลกับการกรวดน้ำต่างกันอย่างไร</title><content type='html'>คำว่า&lt;strong&gt; อุทิศส่วนกุศล&lt;/strong&gt; หมายความว่า ผู้จะอุทิศส่วนกุศลนั้นจะต้องทำบุญทำกุศลให้เกิดขึ้นก่อน เมื่อกุศลเกิดขึ้นแล้วจึงอุทิศให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว การอุทิศส่วนกุศลนี้เป็นบุญของผู้กระทำอย่างหนึ่งในบุญกริยาวัตถุ10 ประการ นั่นคือปัตติทานมัย ได้แก่บุญสำเร็จด้วยการให้ส่วนบุญ หรือบุญสำเร็จด้วยการอุทิศส่วนกุศล&lt;br /&gt;สำหรับผู้ล่วงลับไปแล้ว ถ้าอยู่ในฐานะที่รับส่วนบุญได้เมื่อมีผู้อุทิศส่วนกุศลมาให้ ก็จะยินดีปลาบปลื้มใจพร้อมกับกล่าวคำ &lt;strong&gt;อนุโมทนาสาธุ&lt;/strong&gt; ก็จะได้รับผลบุญที่เขาอุทิศมาให้ และเกิดผลบุญที่ได้รับอนุโมทนา&lt;br /&gt;จะเห็นได้ว่า การอุทิศส่วนกุศล ก็เป็นบุญอย่างหนึ่งของผู้กระทำ และการอนุโมทนาส่วนกุศล ก็เป็นบุญอย่างหนึ่งของผู้ที่ได้รับ&lt;br /&gt;ส่วนคำว่า &lt;strong&gt;กรวดน้ำ&lt;/strong&gt; หมายถึง กริยาที่แสดงถึงการนำเอาน้ำมาเทหรือหยดลงในภาชนะที่รองรับ ในขณะที่พระกล่าวคำให้พรว่า &lt;strong&gt;ยถาวารีวหา&lt;/strong&gt; เป็นต้น พร้อมกับกล่าวคำอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ส่วนน้ำที่เรานำมาหยดหรือเทลงในภาชนะนั้น เป็นการช่วยทำให้สมาธิของผู้ที่ต้องการอุทิศส่วนกุศลนั้นดีขี้น ช่วยทำให้จิตใจมั่นคงอยู่ที่น้ำกับภาชนะเท่านั้นเอง&lt;br /&gt;การกรวดน้ำเพื่ออุทิศส่วนกุศล จะใช้น้ำก็ได้ไม่ใช้น้ำก็ได้ เพียงทำบุญให้เกิดแก่ตนเองเสียก่อน เมื่อบุญเกิดกับตนเองตามที่ได้กระทำแล้ว เมื่อจะอุทิศส่วนกุศลก็ขอให้ตั่งใจมุ่งตรงต่อผู้ที่เราจะอุทิศส่วนกุศลให้บุญก็สำเร็จแก่เราเพิ่มขึ้น ผู้ล่วงลับไปแล้วถ้าเขาได้อนุโมทนา เขาก็ได้รับผลบุญจาการอนุโมทนา สาธุ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-5923872533424088719?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/5923872533424088719/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=5923872533424088719' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/5923872533424088719'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/5923872533424088719'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2008/08/blog-post.html' title='อุทิศส่วนกุศลกับการกรวดน้ำต่างกันอย่างไร'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-6468804113510341211</id><published>2008-07-24T06:59:00.000-07:00</published><updated>2008-07-24T07:44:37.565-07:00</updated><title type='text'>ศีล กับ พุทธโอวาท</title><content type='html'>บุคคลย่อมพลัดพรากจากสิ่งที่รัก ที่พึ่งพอใจเป็นธรรมดาหลีกเลี่ยงไม่ได้ ชีวิตมีเกิดย่อมมีดับสลายไปเป็นธรรมดา จะปรารถนามิให้เป็นอย่างที่มันควรจะเป็นนั้นย่อมมิอาจพึงหวังได้ทุกสิ่งทุกอย่างต้องไปสู่จุดสลายไปตามธรรมชาติ&lt;br /&gt;พระพุทธองค์ได้ให้พุทธโอวาทก่อนจะปรินิพพานว่า&lt;br /&gt;_ ไม่มีความสุขใดเสมอด้วยความสงบ&lt;br /&gt;_ ความสุขชนิดนี้สามารถหาได้ในตัวเราเอง&lt;br /&gt;_ ตราบใดที่มนุษย์ยังว้าวุ่นแสวงหาความสุขจากที่อื่น เขาจะไม่พบความสุขที่แท้จริงเลย&lt;br /&gt;_ มนุษย์ได้สรรสร้างสิ่งต่างๆขึ้นไว้ เพื่อล่อให้ตัวเองวิ่งตามแต่ก็ตามไม่ทัน&lt;br /&gt;ถ้าหากบุคคลมีศีลเป็นพื้นฐานรองรับ จิตเปรียบเสมือนการทำความสะอาดร่างกายให้สะอาดด้วยการมีศีลเป็นเครื่องขัดเกลาจิตใจให้ปลอดโปร่ง&lt;br /&gt;ศีล เป็นพื้นฐานให้เกิดสมาธิ คือความสงบใจ ศีลเบื้อนต้น(คือศีล 5 ข้อ) เป็นสมาธิที่มีผลมาก อนิสงส์มาก บุคคลที่มีสมาธิย่อมอยู่อย่างสงบไม่ว่าจะมีแรงกระทบมาให้สะเทือนจิตก็ไม่กระวนกระวายจะรู้เท่าทันต่อกิเลสที่มากระทบได้ สมาธินี้ย่อมก่อให้เกิดปัญญา&lt;br /&gt;การได้เกิดมาเป็นคนและดำรงตนให้เป็นมนุษย์ที่ประเสริฐได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ยากนักที่จะปฎิบัติ เพราะทุกอย่างอยู่ที่จิต จิตที่ผ่องใสอยู่ปกติ จิตที่ฟอกให้สะอาดด้วยศีล สมาธิ ปัญญาย่อมหลุดพ้นจาก&lt;br /&gt;อาสวะทั้งปวง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-6468804113510341211?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/6468804113510341211/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=6468804113510341211' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/6468804113510341211'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/6468804113510341211'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2008/07/blog-post_24.html' title='ศีล กับ พุทธโอวาท'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-146904844566269220</id><published>2008-07-20T07:21:00.000-07:00</published><updated>2008-07-20T08:08:09.040-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บ้านของเรา'/><title type='text'>บ้านของเรา</title><content type='html'>ความสุขนั้นอยู่ไม่ไกลจากตัวเราเลย ถ้าหากเรารู้จักและนำมาใช้ให้ถูกต้องโดยไม่มองข้ามไป&lt;br /&gt;เวลาที่คนเราหิวก็ จะหาอาหารมาประทังชีวิต และความหิวก็หายไป&lt;br /&gt;เวลาที่เราเหนื่อยก็จะนั่งพัก หรือหยุดพักให้หายเหนื่อยและลุกขึ้นเพื่อต่อสู้ต่อไป&lt;br /&gt;เวลาที่เราท้อแท้ก็จะหากำลังใจเพื่อจะเป็นแรงบันดาลใจให้ก้าวต่อไปอย่างมีจุดมุ่งหมายในชีวิต&lt;br /&gt;ลูกๆรู้หรือไม่ว่าคำว่า &lt;strong&gt;กำลังใจ &lt;/strong&gt;นั้นก็คือตัวกระตุ้นให้มีความมุมานะ ฟันฝ่าอุปสรรคที่มีทั้งหลาย ทั้งปวงที่จะพาเราไปสู่จุดมุ่งหมายในชีวิตลูกๆต้องหาเป้าหมายในชีวิตให้พบ เพื่อจะได้เป็นเส้นทางพาลูกไปสู่หลักชัยของชีวิต&lt;br /&gt;แต่ลูกจะนึกออกหรือไม่ว่ายังมีอีกสถานที่หนึ่งที่รอคอย และ ให้กำลังใจลูกตลอดเวลาไม่ว่าลูกจะอยู่ที่ไหน ทำอะไรและเป็นอย่างไร สถานที่นั้น บุคคลนั้นไม่เคยต้องการผลตอบแทนอะไรจากลูกเลย เพียงแต่ขอให้ลูกเข้าใจและมองเห็นนั่นคือ ความรัก ความห่วงใย ความปรารถดี ที่รอคอยลูกอยู่บ้านของเรายังไงลูก ที่พ่อ แม่ยังอยู่เพื่อรอคอย&lt;br /&gt;ลูกคงไม่ปฎิเสธนะว่า เราทุกคนในบ้านมีความหมายต่อลูกมากแค่ไหน ถึงแม้ว่าภายในบ้านจะมีปัญหา ความวุ่นวายความไม่เข้าใจกัน แต่ถ้าหากลูกมองลงไปให้ลึกๆจะรู้ว่าในความขัดแย้งนั้นแอบแฝงไปด้วยความรัก ความหวังดี และความเป็นห่วง ที่ทุกคนมีให้แก่ลูกอาจจะเป็นเพราะวัยที่แตกต่าง จึงทำให้ไม่เข้าใจกัน&lt;br /&gt;ชีวิตของลูกกำเนิดมาจากความรักและบ้านก็เป็นที่ห่อหุ้มลูกให้ปลอดภัย  ดูแลลูกให้เติบโตและมีชิวิตอยู่รอดได้ ก็เพราะบ้านที่แหละลูก กลับบ้านเถอะลูกกลับมาช่วยกันดูแลและปรับปรุ่งบ้านของเรากันใหม่นะ&lt;br /&gt;เราต่างฝ่ายผ่านความรู้สึกที่ดี และ ไม่ดีมาก็มากแล้วล้วนเกิดขึ้นมมาจากจิตใจของเราเองทั้งสิ้น บ้านไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่โตเพียงใด เราก็สามารถทำให้มีความสุข หรือความทุกข์ได้ด้วยใจของเราเอง&lt;br /&gt;มาเริ่มต้นกันใหม่เริ่มที่จิตใจของเราเอง เอาใจกลับบ้านมาดูแลกันและกัน ปัญหาทุกอย่างมีทางออกหากเปิดใจและยอมรับในสิ่งที่ผ่านมาเปิดใจที่จะให้อภัยกัน เรื่องร้ายๆก็จะผ่านพ้นไปเริ่มต้นชีวิตอย่างมีสติ&lt;br /&gt;เราทุกคนให้กำลังใจลูก และรอคอยการเริ่มต้นใหม่อย่างมีสติของลูกเสมอ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-146904844566269220?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/146904844566269220/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=146904844566269220' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/146904844566269220'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/146904844566269220'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2008/07/blog-post_20.html' title='บ้านของเรา'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-1067287669200714932</id><published>2008-07-11T08:30:00.000-07:00</published><updated>2008-07-11T09:03:13.130-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กำลังใจ'/><title type='text'>กำลังใจ</title><content type='html'>ดิฉันได้อ่านบทความจากนิตยสารฉบับหนึ่ง(ขอไม่เอ่ยชื่อนิตยสารนะคะ) มีความประทับใจในคำบอกเล่าเกี่ยวกับชีวิตของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง พร้อมทั้งการนำพาชีวิตของตนเองไปสู่จุดมุ่งหมายที่ดี  การที่ดิฉันนำมาบอกเล่าให้ท่านทั้งหลายได้อ่านนั้นเพื่อจะให้เห็นว่า ความทุกข์นั้นถึงแม้จะเกิดขึ้นมาแล้วถ้าหากเราสามารถจะดับทุกข์ให้ถูกวิธีก็จะไม่เป็นการซ้ำเติมชีวิตของเรา&lt;br /&gt;เด็กหนุ่มผู้นี้ได้เล่าว่า จากที่เศรษฐกิจตกต่ำลงครอบครัวของเขาประสบปัญหาในครอบครัว จากสุข ก็มีทุกข์&lt;br /&gt;จากมีเงิน ก็หมดเงิน  พ่อ แม่ทะเลาะกันทุกวัน เนื่องจากรายได้ไม่พอกับรายจ่าย และลูกฯยังต้องเรียนหนังสือค่าใช้จ่ายประดังเข้ามามากมายเหลือเกิน เขาเคยท้อแท้กับชีวิตคิดจะหางานทำเพื่อช่วยเหลือครอบครัวแต่เขาก็ได้กำลังใจจาก พ่อ แม่ให้เขาตั้งใจเรียนหนังสือ สู้ เพื่ออนาคต  และจุดมุ่งหมายในชีวิตบางครั้งถึงจะท้อแท้ แต่ก็ไม่หมดกำลังใจ พยายามสู้ โดยตั้งใจเรียนหนังสือ ไม่คิดทำร้ายตัวเอง เลือกและคิดก่อนทำเสมอ เพื่อครอบครัวที่รักเราไม่ให้บอบช้ำลงไปกว่านี้อีก&lt;br /&gt;และวันนั้นก็มาถึง เขาสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยและได้เรียนในคณะที่เขาหวังไว้เพื่อสักวันเมื่อเรียนจบเขาจะได้ช่วยเหลือครอบครัวไม่ให้ลำบากอีกต่อไป&lt;br /&gt;ขอให้เรามีกำลังใจ มีจุดมุ่งหมายในชีวิต รู้ และเข้าใจตัวเองว่าต้องการอะไรให้ชัดเจน เพื่อที่ก้าวไปให้ถึงจุดมุ่งหมายที่รออยู่ข้างหน้า.&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-1067287669200714932?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/1067287669200714932/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=1067287669200714932' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/1067287669200714932'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/1067287669200714932'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2008/07/blog-post_11.html' title='กำลังใจ'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-6121013259859433243</id><published>2008-07-03T06:33:00.000-07:00</published><updated>2008-07-03T07:38:57.400-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความเข้าใจ'/><title type='text'>เสียงเรียกของวัยรุ่น</title><content type='html'>&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ทำไมไม่มีใครเข้าใจผมเลย&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;เบื่อ บ่นอยู่ได้&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;พ่อ แม่ ไม่มีเหตุผลและ ไม่เข้าใจหนูเลย&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;มีอีกมากมายหลายประโยคของเด็กที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่นที่พวกเขาต้องการมากในประโยคคำถามที่เกิดขึ้นบ่อยๆก็คือการยอมรับในตัวเขาเอง แต่ผู้ใหญ่ไม่อาจเข้าใจในเสียงของพวกเขาได้ เพราะมัวมองแต่เหตุผล การได้เสียในพฤติกรรม ผู้ใหญ่มองไกลแต่เด็กๆจะมุมมองสั้น และแคบกว่า เมื่อลูกเข้าสู่วัยรุ่นนั้น ถ้าหากเราสังเกตุเห็นจะพบว่าลูกหลานของเรา เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกาย และ จิตใจจะพบเห็นได้บ่อยๆก็คือ&lt;br /&gt;1 เริ่มจะโทรศัพท์หาเพื่อนๆคุยนาน และทุกครั้งที่มีปัญหา&lt;br /&gt;2 ชอบปิดประตูขลุกอยู่แต่ในห้อง หรือไม่ก็ชอบออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆนอกบ้าน&lt;br /&gt;3 ชอบอิสระในความคิด และกล้าแสดงออก&lt;br /&gt;4 มีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น&lt;br /&gt;5 ชอบเล่นเกม และอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ&lt;br /&gt;6 ไม่ชอบมาคลอเคลียกับพ่อ แม่ เหมือนก่อน&lt;br /&gt;ความจริงแล้วเป็นเพียงพฤติกรรมของเด็กที่กำลังก้าวสู่วัยรุ่น ซึ่งเป็นวัยที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างความเป็นเด็กและความเป็นผู้ใหญ่ เป็นวัยที่ต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นมากมายภายใน ร่างกาย จิตใจ และสมองความนึกคิดต่างๆ&lt;br /&gt;ในช่วงแต่ละวัยของวัยรุ่น พ่อแม่ ญาติต้องเข้าใจและคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะเด็กจะเกิดความไม่เป็นระเบียบในความคิด มีลักษณะว้าวุ่น และตัดสินไม่เหมาะสม หากวัยรุ่นไม่ได้รับการแนะนำหรือการสนับสนุนให้การเรียนรู้ในการตัดสินใจและแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม เมื่อเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ความสามารถในการตัดสินใจก็จะลดน้อยลง&lt;br /&gt;เริ่มอยากจะทดลองในสิ่งใหม่ เช่น เพศ ดื่มสุรา ยาเสพติด พฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ เช่นการขับรถซิ่ง การพนัน เมื่อไม่มีการชี้แนะในทางที่ถูกต้องเขาก็จะเพิ่มพูนความคึกคะนอง ในทางที่ผิดก็จะส่งผลให้เกิดโทษต่อตนเอง และผู้อื่น และมี่ผลไปถึงวัยผู้ใหญ่&lt;br /&gt;วัยรุ่นอยากได้การยอมรับ เห็นคุณค่า และเพื่อน&lt;br /&gt;พ่อ แม่ และญาติคือบุคคลสำคัญที่จะช่วยให้ลูกหลานวัยรุ่น สามารผ่านเวลาที่สับสนว้าวุ่นไปได้แต่ก่อนอื่น บุคคลรอบตัวเองทำความเข้าใจก่อนว่า เด็กๆมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับร่างกาย และ จิตใจของวัยรุ่น จริงๆเขาไม่ใช่เด็กเล็กๆที่ปีก่อนยังเชื่อฟังเราทุกอย่างอีกต่อไปแล้ว&lt;br /&gt;ถ้า พ่อ แม่ไม่เข้าใจในเรื่องนี้ ก็จะเกิดปัญหาในครอบครัว และ ความเครียด เพราะคิดเอาว่าลูกไม่เป็นดังหวัง และใช้วิธีต่างๆนานา กดดันลูกเหมือนเขายังเป็นเด็ก&lt;br /&gt;วัยรุ่นจะมีความรู้สึกทางอารมณ์ไวเป็นพิเศษ ควรสนับสนุนในทิศทางที่เขาชอบแต่ต้องสอดแทรกเหตุผลในทิศทางนั้นด้วย ถ้าหากต้องการเปลี่ยนไม่ควรสร้างความกดดัน ดูถูก ด่าทอ เพราะจะทำให้เขาปฏิเสธการเรียนรู้&lt;br /&gt;จิตใจเป็นสิ่งที่สำคัญมาก การสื่อสารกับวัยรุ่น ต้องอยู่บนพื้นฐานของการยอมรับและให้คุณค่ากับตัวเขารับฟังเขาให้มากขึ้น พูดคุยกันอย่างราบรื่น แม้เขาจะเถียงทำท่าไม่รับฟัง แต่เมื่อผู้ใหญ่ฟังเขาพูดเขาก็จะหันมาฟังและเกิดการเรียนรู้ การเข้าอกเข้าใจจึงเป็นปัจจัยที่จะช่วยส่งเสริมวัยรุ่นได้เรียนรู้อย่างถูกต้อง และเติบโตอย่างเหมาะสม.&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-6121013259859433243?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/6121013259859433243/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=6121013259859433243' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/6121013259859433243'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/6121013259859433243'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2008/07/blog-post_7462.html' title='เสียงเรียกของวัยรุ่น'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-907160500746684756</id><published>2008-06-30T06:47:00.000-07:00</published><updated>2008-12-08T17:46:29.054-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สติ  ปัญญา'/><title type='text'>ทางไหนดี</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_zBqq9Vn0ASw/SGzJXpJqlsI/AAAAAAAAACY/ZF9vwR2bEAg/s1600-h/Rotation+of+08102007016.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5218767476236129986" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_zBqq9Vn0ASw/SGzJXpJqlsI/AAAAAAAAACY/ZF9vwR2bEAg/s200/Rotation+of+08102007016.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/914/11914/images/ff4.jpg"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เส้นทางเดินของชีวิตเรา บางครั้งก็เป็นเรื่องที่ยากที่จะเดินหรือว่าจะเลือกเส้นทางไหนดี เส้นทางเดินของชีวิตคนเรามี่อยู่ 2 เส้นทางเป็นเส้นคู่ขนานกันเสมอ คือทางดี กับ ทางไม่ดี เหมือนกับจิตใจกับความดิดก็แบ่งออกเป็น 2 ทางเหมือนกัน คือทางหนึ่งคิดดี ทางหนึ่งคิดไม่ดีทาง 2 เส้นนี้ไม่มีทางมาบรรจบกันได้เลย&lt;br /&gt;การกระทำความดี หรือความชั่ว ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของตัวเองเหมือนทาง 2 แพ่ง ที่กำลังคิดว่าจะเลือกทางไหนดี ทางหนึ่งมีแสงสว่าง อีกทางหนึ่งมีความมืดมัวจนกระทั่งมืดสนิทตลอดทางบางคนก็เลือกทางเดินสว่าง เพราะมองเห็นชัดเจนดีว่า จะมีอันตรายอะไรอยู่ข้างหน้าหรือเปล่า เพื่อที่จะหลบหลีกได้ และระวังตนเองไม่ให้เกิดอันตรายแต่บางคนก็อยากลองดูซิว่าในความมืดนั้นมีอะไรซ่อนอยู่บ้าง ไม่ว่าเราจะเลือกเส้นทางเดินไหนก็ตาม ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรสุดท้ายแล้วก็อยู่ที่การมี สติ ปัญญา ในการเลือกในการตัดสินใจว่าจะเลือกเส้นทางไหนดี&lt;br /&gt;ดังธรรมะของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก ได้ทรงเมตตาให้คติธรรมไว้ว่า&lt;br /&gt;ชีวิตนี้น้อยนัก แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก&lt;br /&gt;เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ เป็นทางแยก&lt;br /&gt;จะไปสูง ไปต่ำ จะไปดี ไปร้าย&lt;br /&gt;เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น&lt;br /&gt;พึ่งสำนึกข้อนี้ให้จงดี&lt;br /&gt;แล้วจงเลือกเถิด เลือกให้ดีเถิด&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-907160500746684756?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/907160500746684756/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=907160500746684756' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/907160500746684756'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/907160500746684756'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2008/06/blog-post_30.html' title='ทางไหนดี'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_zBqq9Vn0ASw/SGzJXpJqlsI/AAAAAAAAACY/ZF9vwR2bEAg/s72-c/Rotation+of+08102007016.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-30874849272985509</id><published>2008-06-24T07:12:00.000-07:00</published><updated>2008-12-08T17:46:29.219-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความดี ความชั่ว'/><title type='text'>ชีวิตที่เลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกที่จะเป็นได้</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_zBqq9Vn0ASw/SGzO1ICAdMI/AAAAAAAAACg/wtUmi9kTGEs/s1600-h/07112007053.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5218773480299852994" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_zBqq9Vn0ASw/SGzO1ICAdMI/AAAAAAAAACg/wtUmi9kTGEs/s200/07112007053.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://farm1.static.flickr.com/163/398757600_e39670c7eb_o.jpg"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ชีวิตคนเราเกิดมานั้นย่อมมีความแตกต่างกันไป บางคนรวย บางคนจน บางคนขาว และบางคนทำไมจึงดำแต่มีสิ่งที่เหมือนกันในความที่แตกต่างคือ การมีชีวิตที่เกิดขึ้นมาในโลกใบนี้&lt;br /&gt;แต่ชีวิตที่เกิดขึ้นมานี้ ไม่อาจจะเลือกเกิดได้ แต่เราสามารถเลือกเป็นได้ ถึงแม้เราเกิดมาไม่พร้อมแต่รู้จักใช้ชีวิต ใช้สติปัญญาในการดำรงชีวิต มีความขยันหมั่นเพียร ก็จะสามารถจะผลักดันตนเองให้เดินไปในทางที่ถูกต้องและจะนำชีวิตสู่ความก้าวหน้า มีความสุข และประสบความสำเร็จในชีวิตได้&lt;br /&gt;ขอให้รู้จักแยกแยะ บาป บุญ คุณ โทษให้ได้ เพราะสติและปัญญามีติดตัวกันมาทุกคน เพียงแต่ให้เข้าใจและรู้จักนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์สูงสุดของชีวิตได้ เพียงแต่รู้ว่า&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;กรรมดีเมื่อกระทำแล้วจะเป็นบุญ เป็นคุณแก่ตนเองอย่างไร&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;กรรมชั่วเมื่อกระทำแล้ว จะเป็นบาปเป็นโทษแก่ชีวิตอย่างไร&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ฉะนั้นไม่ว่าเราจะเกิดมาในฐานะใดก็ตามมิใช่เป็นสิ่งสำคัญ หรือเป็นอุปสรรคในการทำความดีแต่อย่างไดขอให้เรามีความมุ่งมั่น ทุ่มเท ในสิ่งที่ต้องการในทิศทางที่ถูกต้องด้วยตนเอง&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-30874849272985509?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/30874849272985509/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=30874849272985509' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/30874849272985509'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/30874849272985509'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2008/06/blog-post_24.html' title='ชีวิตที่เลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกที่จะเป็นได้'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_zBqq9Vn0ASw/SGzO1ICAdMI/AAAAAAAAACg/wtUmi9kTGEs/s72-c/07112007053.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-8287850942182230014</id><published>2008-06-23T07:16:00.000-07:00</published><updated>2008-12-08T17:46:29.388-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สติ    ปัญญา'/><title type='text'>กระจกวิเศษ</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_zBqq9Vn0ASw/SGzRnMuKtcI/AAAAAAAAACw/6NPvOE31W1E/s1600-h/07112007051.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5218776539575530946" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_zBqq9Vn0ASw/SGzRnMuKtcI/AAAAAAAAACw/6NPvOE31W1E/s200/07112007051.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://www.formumandme.com/pic_upload/pic_no_1597__yuibig.jpg"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;กระจกเอ๋ย.....เมื่อเรามองกระจกจะเห็นตัวเราเคยใหมที่จะถามตัวเองว่า "ทำไมตลอดเวลาจึงมองแต่ตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นความนึกคิด ความรัก ความโกรธ ความริษยา ความสุขและความทุกข์ทำไมเราจึงมีมากมายนักเหมือนไม่มีใครเห็นใจเราเลยไม่เข้าใจความรู้สึกนึกคิดของเรา บางครั้งฉันเหงา ว้าวุ้นในจิตใจมากมาย ใครจะตอบและช่วยฉันได้นะ&lt;br /&gt;กระจกวิเศษจะตอบแล้วนะ.......ความทุกข์และความสุขเหมือนกระจกเงาด้านเดียว เมื่อเรามองไปจะเห็นแต่ตัวเราเอง เห็นความทุกข์และความสุขอยู่ที่ตัวของเราเอง จึงมองไม่เห็นว่าใครจะเห็น หรือเข้าใจเรา เคยไหมที่จะมองกระจกที่มีมุมมองหลายมุม ลองดูซิจ๊ะจะเห็นว่าเรามองเห็นตัวเองอย่ตรงกลางกระจกชัดเจน แต่ด้านซ้าย-ขวา หรือมุมสะท้อนมุมอื่นๆของกระจกจะมีตัวเราอยู่ๆไม่เต็มพื้นที่ด้านข้างเพิ่มขึ้นมาอีกจากที่เรามอง ไม่เห็นในกระจกเงาด้านเดียวมาตลอด สิ่งที่เรามองเห็นใหม่นั้นย่อมแสดงให้เห็นว่ายังมีอะไรอีกหลายสิ่ง หลายอย่างที่เรายังไม่เคยรับรู้และสิ่งนั้นยังอย่เคียงข้างเราตลอดมาถ้าเรายอมรับ และพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นมาใหม่นำมาทบทวนดู จะรู้ว่าถ้าหากเราเปิดใจให้กว้างยอมรับความจริง และรู้ทันต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในความคิดเราก็จะเอาชนะมันได้ โดยที่ตัวเราไม่ต้องมองกระจกด้านเดียวอีกต่อไป เพราะยังมีด้าน หรือมุมอีกหลายมุมที่คอยช่วยเหลือเรา ถ้าเรารู้จักที่จะใช้มุมนั้นให้มีประโยชน์แก่ชีวิตเรา&lt;br /&gt;มุมๆนั้นก็คือ สติ ที่อยู่กับตัวเรามาโดยตลอด ไม่ต้องซื้อหา รู้จักใช้สติให้เกิดปัญญาขึ้นมาก็จะแก้ไขปัญหาที่เป็นสาเหตุของความทุกข์ได้&lt;br /&gt;จงอย่าลืมนะจ๊ะ.......คนที่มีสติและปัญญา ย่อมเอาชนะอุปสรรคทั้งปวงได้&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-8287850942182230014?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/8287850942182230014/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=8287850942182230014' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/8287850942182230014'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/8287850942182230014'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2008/06/blog-post_23.html' title='กระจกวิเศษ'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_zBqq9Vn0ASw/SGzRnMuKtcI/AAAAAAAAACw/6NPvOE31W1E/s72-c/07112007051.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5195061764628616339.post-8558442297977934671</id><published>2008-06-21T21:30:00.000-07:00</published><updated>2008-12-08T17:46:29.497-08:00</updated><title type='text'>3  ก้าวของชีวิต</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_zBqq9Vn0ASw/SGzSSAHZlsI/AAAAAAAAAC4/f2szX2_vdo0/s1600-h/Rotation+of+08102007016.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5218777274926077634" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_zBqq9Vn0ASw/SGzSSAHZlsI/AAAAAAAAAC4/f2szX2_vdo0/s200/Rotation+of+08102007016.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://www.pantown.com/data/783/board6/141-20070827011611.jpg"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เมื่อลูกยังเล็กอยู่เพิ่งจะหัดเดินครั้งแรกลูกจะต้องเริ่มหัดยืนก่อนเพื่อการทรงตัวไม่ให้ล้ม เพื่อเตรียมพร้อมที่จะก้าวเดิน ก็เปรียบเสมือนการเริ่มต้นชีวิตที่มีจุดมุ่งหมาย&lt;br /&gt;เมื่อลูกยกเท้าขึ้นก้าวเดินครั้งแรก พ่อและแม่ตื่นเต้นมากกว่าครั้งแรกที่ลูกยืนอีกเพราะลูกเริ่มที่จะก้าวไปหาจุดหมายของลูกได้ พ่อกับแม่จะประคองลูกไม้ให้ล้มหรือบาดเจ็บ&lt;br /&gt;ความตื่นเต้นอีกครั้ง เมื่อลูกเดินได้โดยไม่ต้องพยุงอีกนั่นคือ ลูกสามารถฟันฝ่าอุปสรรคและช่วยเหลือตนเองได้แล้ว แต่สายตาของพ่อ และแม่ก็ต้องคอยระวังกลัวลูกจะวิ่งและหกล้ม บาดเจ็บแต่การล้มบ้าง ลุกบ้างในชีวิตมันไม่ใช่อุปสรรคและปัญหาในชีวิตถ้าลูกร้จักการต่อสู้หาโอกาสให้ตนเองเริ่มต้นใหม่อีกครั้งอย่างเฉลียวฉลาดกว่าเดิม และเอาความผิดพลาดมาเป็นครูของชีวิต&lt;br /&gt;ความสำเร็จ และความก้าวหน้าในชีวิตต้องเกิดจากความอดทนกระทำทีละขั้นตอน สะสมความสำเร็จที่ละเล็กทีละน้อยจนถึงก้าวที่ต้องการ&lt;br /&gt;พ่อและแม่จะคอยมองดูลูกอย่ข้างหลังนะ ขอให้ลูกก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความมั่นคงและมุ่งมั่นไปหาฝันให้พบนะลูก พ่อแม่จะเป็นกำลังใจให้ลูกตลอดไป.&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5195061764628616339-8558442297977934671?l=pronsavan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://pronsavan.blogspot.com/feeds/8558442297977934671/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5195061764628616339&amp;postID=8558442297977934671' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/8558442297977934671'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5195061764628616339/posts/default/8558442297977934671'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://pronsavan.blogspot.com/2008/06/3_21.html' title='3  ก้าวของชีวิต'/><author><name>Nung</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15312616896791894363</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_zBqq9Vn0ASw/SGzSSAHZlsI/AAAAAAAAAC4/f2szX2_vdo0/s72-c/Rotation+of+08102007016.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>1</thr:total></entry></feed>
